ทำไม? ผักกระเฉดหนีน้ำ...ทำได้อย่างไร มันอร่อยตรงไหน?
เกษตรกรโชว์ผักกระเฉดหนีน้ำ

เรื่อง : เด็กเกษตรโว้ย /

หลายวันก่อน คุณอภิชาติ ศรีสอาด เจ้าของค่ายหนังสือ “ไม่ลองไม่รู้” และ “สำนักพิมพ์นาคา” ตั้งคำถามกับเพื่อนในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า

“ผักอะไรครับ..ให้ทาย..ได้มาจากภูมิปัญญาคนไทย” ต่อด้วยรูปภาพผักหน้าตาคล้ายๆผักบุ้งน้ำมัดใหญ่ แสดงแบบโดยคุณป้าคนหนึ่ง แค่นี้ละครับเพื่อนๆก็กดไลท์ตอบปัญหากับจ้าละหวั่น บ้างก็ตอบถูก บ้างก็ตอบผิด สุดท้ายเจ้าของคำถามต้องรีบเฉลยก่อนที่แฟนคลับจะแตกเป็น 2 ฝ่าย

“ผมขอเฉลยครับ” สั้นๆแต่ก็ทำให้ต้องตั้งใจอ่านในคำอธิบายต่อมา…

ผักกระเฉดพร้อมจำหน่าย
ผักกระเฉดพร้อมจำหน่าย

“เป็นผักกะเฉดธรรมดาของเรานี่เอง..โดยเกษตรกรแถวกบินทร์บุรีนำผักกะเฉดที่ปลูกไว้นำมารวมเป็นกำๆ..นำส่วนโคนไปกดหรือปักเอาไว้ในคลองหรือหนองน้ำลึกประมาณสักหน้าอกโดยใช้หลักไม้ยึดโคนเอาไว้..ให้ยอดโผล่เกือบพ้นน้ำ..ประมาณ 2-5 วัน แล้วแต่ความอ่อนแก่ของผักกะเฉด ถ้าอ่อน 2-3 วัน ถ้าแก่ 4-5 วัน…ผักกะเฉดจะขยายเซลล์ขยายปล้องถี่ๆให้ห่างขึ้นเพื่อหนีตายดำรงเผ่าพันธุ์…โดยยืดความยาวของปล้องให้ยาวขึ้นเพื่อตัวเองจะได้พ้นน้ำได้เจอกับแสงแดด..ส่วนที่เรียกว่านมกะเฉดจะหลุดหายไปจากต้น..จากนั้นเกษตรกรจะเก็บนำไปขายเพิ่มมูลค่าของผักกะเฉดได้เป็นเท่าตัว..เราจะได้ผักกะเฉดอวบอ่อน กรอบไม่มีเส้นใย..ไม่เหนียวน่ารับประทาน..ชาวบ้านเรียกผักตัวนี้ว่า “ผักกระเฉดหนีน้ำ” หรือ “ผักกะเฉดชะลูดน้ำ” ครับ” คุณอภิชาต อธิบายสะเห็นภาพสมกับที่เป็นเจ้าของค่ายหนังสือเกษตรขายดี

แถมสำทับอีกว่า “เป็นภูมิปัญญาไทยที่ชาญฉลาดไม่แพ้ชาติใดๆในโลก”

และอธิบายเพิ่มเหมือนกับว่ายังมีบางคนที่อยากรู้เพิ่มเติม “ภาพที่เห็นคือแม่ค้าขายผักกะเฉดชะลูดน้ำ..ในตลาดบริบูรณ์อำเภอกบินทร์บุรี.. จังหวัดปราจีนบุรีครับ”

สรุป ผัดกระเฉดหนีน้ำ เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่ต่างจากผักกระเฉดปกติที่ไม่ยอมหนีน้ำตรงที่ ไม่มีใบมาก ต้นอ่อนอวบไม่แก่เหนียว แถมไม่มีทุ่นสีขาวๆ ที่แฟนคลับสุภาพสตรีท่านหนึ่งให้ฉายาว่า “ผัดกระเฉดไร้นวม” อีกท่านหนึ่งว่า “ผักกระเฉดสะดุ้งน้ำ” เป็นชื่อที่เพราะพริ้งเหมือนกัน แต่หนีน้ำดูจะนิยมมากกว่า

ขอแถมอีกนิดครับ เรื่องผักกระเฉดหนีน้ำ เผื่อว่าบางท่านอยากเห็นภาพให้เต็มตา เผื่อว่านำความรู้ไปทำเป็นอาชีพ จึงขอนำคลิป ผักกระเฉดหนีน้ำ คัมภีร์วิถีรวย โดยคุณกำภู และคุณรัชนี มาฉายให้ดูเป็นการปิดท้าย…ทำไม่ได้ก็ให้มันรู้กันไปครับ

หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟสบุ๊ค อภิชาติ ศรีสอาด ไม่ลองไม่รู้