เรื่อง/ภาพ : เด็กเกษตรโว้ย

เมื่อเดือนก่อนโน้น ได้รับเชิญจาก บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดชื่อดัง บอกว่าจะพาไปดูแม่ค้าต้มข้าวโพดขายและพาไปดูแปลงปลูกข้าวโพดที่จังหวัดชลบุรีก็ตอบรับทันที

ไปถึงที่บ้านแม่ค้าขายข้าวโพดก็เห็นผู้คนกว่า 10 คน กำลังนั่งปอกข้าวโพดทำเป็นจุกเป็นคู่ๆเรียงไว้ในเข่ง  ทราบว่าเจ้าของบ้านผู้เป็นแม่ค้าขายข้าวโพดชื่อ คุณชดาภา วรอมราคุณ หรือ “คุณโบ” และ คุณสมชาย วรนาม ผู้เป็นสามีที่ช่วยกันทำมาหากิน…

(จากซ้าย) คุณชดาภา วรอมราคุณ หรือ “คุณโบ” คุณพาโชค พงษ์พานิช และ คุณสมชาย วรนาม
(จากซ้าย) คุณชดาภา วรอมราคุณ หรือ “คุณโบ” คุณพาโชค พงษ์พานิช และ คุณสมชาย วรนาม…โชว์ข้าวโพดหวานพร้อมต้มของแปซิฟิค

คุณโบ เล่าว่าประกอบอาชีพค้าขายข้าวโพดมานานประมาณ 10 ปีแล้ว หลักๆคือส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดและเมื่อปลูกได้ผลผลิตก็รับซื้อ ตกประมาณวันละ 3 ตัน (3,000 กิโลกรัม) หลักๆก็จะขายต่อให้กับพ่อค้ามาค้าที่ซื้อข้าวโพดฟักสดเพื่อไปต้มขาย แต่อีกส่วนหนึ่งก็นำมาต้มขายเองที่หน้าห้างแปซิฟิกศรีราชาทุกวันพฤหัสและวันจันทร์ และตลาดอื่นๆอีก 2 ตลาด

วันที่ผมได้ไปดูนั้นขายที่หน้าห้างแปซิฟิก…จะเริ่มต้มขายตั้งแต่บ่ายๆ จนประมาณ 2-3 ทุ่มก็ขายหมด

ที่ร้านขายข้าวโพดต้มของคุณโบว์ ซึ่งได้เกณฑ์พ่อแม่พี่น้องมาช่วยกันทำมาหากินพบว่าร้านโดดเด่นพอสมควร ติดป้ายข้าวโพดของบริษัทแปซิฟิกและแขวนข้าวโพดโชว์ไว้ตรงราวเหล็กที่ทำเหมือนม่านหน้าร้าน มีหม้อต้มข้าวโพดขนาดใหญ่ 4 หม้อ วางเรียงกัน ซึ่งก็มีลูกค้ามาอุดหนุนกันไม่ขาดสาย

“ข้าวโพดต้มรับประทานได้ทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคนญี่ปุ่นที่มาทำงานอยู่ย่านศรีราชา-ชลบุรีชอบมาก” คุณโบ บอกให้ฟัง

หม้อต้มข้าวโพดขายดี
หม้อต้มข้าวโพดขายดี

มีเคล็ดลับในการต้มข้าวโพดให้อร่อยอย่างไร? “ก็ไม่มีเคล็ดลับอะไรมาก ขอเพียงให้เป็นข้าวโพดที่สด เก็บได้ระยะเวลาที่ต้องการ(ต้องไม่แก่มาก) เรียกว่าเก็บใหม่ๆจากแปลงปลูกก็มาถึงหม้อต้ม และข้าวโพดที่มาต้มขายธรรมชาติของมันมีความเหนียวนุ่มอร่อยอยู่ในตัว แถมฟักสวยงามเป็นที่ต้องใจ และเวลาต้มจะมีกลิ่นหอมเชิญชวน ซึ่งจะมีอยู่ 3 ชนิด คือฟักเหลืองเรียกว่าข้าวโพดหวาน ฟักที่มีสามสี (เหลือง ม่วง ขาว)เรียกว่าข้าวเหนียวสามสี และสีขาวล้วนเรียกว่าข้าวโพดข้าวเหนียว”

ดูกันชัดๆ...หม้อต้มข้าวโพด 4 หม้อ
ดูกันชัดๆ…หม้อต้มข้าวโพด 4 หม้อ

การต้มข้าวโพด “วิธีการต้มนั้นเราจะต้องต้มในน้ำเดือด คือเอาน้ำใส่หม้อต้มจนเดือดไม่ต้องใส่เกลือและอะไรทั้งนั้น จากนั้นให้ใส่ข้าวโพดลงไปวางเรียงตามความยาวของฟักให้เต็มหม้อและน้ำในหม้อต้องท่วม ต้มไปนานประมาณ 10 นาทีก็สุกดี แต่ถ้าเป็นข้าวโพดข้าวเหนียวต้องใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพราะสุกยากกว่า”

ข้าวโพดที่ต้มขายจะต้องอุ่นให้ร้อนอยู่เสมอ “พอข้าวโพดสุกก็หยิบขึ้นมาวางในกระด้ง เพื่อให้สะเด็ดน้ำ ซึ่งจะต้องวางเหมือนอุ่นอยู่ด้านบนหม้อ (ตามภาพ) และในหม้อก็จะต้มชุดใหม่ไปเรื่อยๆ”

เวลาที่ลูกค้าสั่ง…จะถามว่าแช่น้ำเกลือหรือไม่ บางคนไม่ชอบเค็มเราก็เลยแยกน้ำเกลือไว้ต่างหาก ถ้าลูกค้าต้องการก็จะไปแช่น้ำเกลือแป๊บหนึ่ง ซึ่งในน้ำเกลือนั้นมีวิธีทำง่ายๆคือใช้น้ำต้มสุกใส่เกลือลงไปให้ละลายดี พร้อมกับใส่ใบเตยลงไปประมาณ 10 ใบ

ได้ถามคุณโบว่า ในการไม่ใส่เกลือลงไปเวลาต้มจะช่วยไม่ให้ข้าวโพดเหี่ยวหรือไม่ ก็ได้รับคำตอบว่าอาจจะมีผลอยู่บ้าง และทราบอีกว่าเวลาต้มเสร็จแล้วที่มาวางในกระด้งบนหม้อต้มต้องพลิกกลับไปมาบ้าง ไม่งั้นถ้าวางไว้นานๆจะทำให้ข้าวโพดเหี่ยวได้ (ความเต่งตึงของเมล็ดข้าวโพดสำคัญมาก)

สงสัยว่าทำไมข้าวโพดที่นำมาต้มขายจะต้องขมวดเป็นจุก ไม่ปอกทั้งหมดแล้วต้มเหมือนร้านทั่วไป…ได้รับคำตอบว่านอกจากจะทำให้หยิบจับสะดวกแล้ว สิ่งสำคัญคือจะโชว์ให้ลูกค้าเห็นว่าใบยังสดเขียวสดอยู่ (เป็นข้าวโพดที่สดจริงๆ) ซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของร้านนี้

ลูกค้าแน่นร้าน
ลูกค้าแน่นร้าน

มาถึงคำถามที่ทุกคนอยากรู้…ถามคุณโบว่า “ขายได้วันละกี่ฝัก” ก็ได้รับคำตอบถ้าคิดเป็นฟักก็วันละหลายร้อยฟัก แต่จะคิดเป็นกิโลกรัมคือวันละ 500-700 กิโลกรัม (ข้าวโพดหวานสีเหลืองเฉลี่ยประมาณ 2 ฝักต่อกิโลกรัม/ข้าวโพดข้าวเหนียวประมาณ 3 ฝักต่อกิโลกรัม-เฉลี่ยขายได้วันละ 1,400-1,500 ฝัก)

สำหรับ ราคาขายข้าวโพดต้ม จะขายคู่ละ 20,25,30 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของฟัก รวมแล้ววันหนึ่งๆจะขายได้เฉลี่ย 15,000 บาท (ต้นทุนข้าวโพดจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 8-10 บาท (1 กิโลกรัม มี 2-3 ฝัก ก็ลองคำนวณดู) และเมื่อหักค่าแรง ค่าสถานที่แล้วก็ถือว่ายังมีกำไรที่ดีทีเดียว)

“สิ่งที่ได้ไม่ใช่กำไรจากขายข้าวโพดต้มเพียงอย่างเดียว แต่ที่เราภูมิใจก็คือว่าช่วยสร้างอาชีพให้กับญาติพี่น้องตลอดจนเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเกษตรกรร่วม 100 ครอบครัว ที่เราเข้าไปส่งเสริมให้ปลูกและรับซื้อผลผลิต ทุกคนดีใจมากค่ะ”

หากว่าใครจะมาขายข้าวโพดต้ม คุณโบ บอกว่าเป็นอาชีพที่ทำไม่ยาก ลงทุนไม่สูง หลักๆมีแค่หม้อต้ม เตาแก๊ส ฯลฯ แต่จะต้องมีทำเลที่เหมาะสม มีคนเยอะพอสมควร และไม่ต้องใช้ถึง 4 หม้อต้มแบบตนเอง แค่หม้อเดียวก็ได้แล้ว หรือจะใช้กะละมังต้มก็ได้ (หม้อต้มของคุณโบว์ เป็นสแตนเลสอย่างดี ราคาสั่งทำใบละ 4,000 บาท)

ก่อนจบได้รับฟังความคิดเห็นจาก คุณพาโชค พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด ซึ่งได้นำทีมผู้สื่อข่าวมาถึงร้านขายข้าวโพดต้ม บอกว่า “รู้สึกดีใจที่คุณโบสามารถสร้างรายได้จากอาชีพรับซื้อข้าวโพดและมาเพิ่มมูลค่าด้วยการนำมาต้มขายเป็นการช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกมีตลาดในท้องถิ่นและในฐานะที่บริษัทเกี่ยวข้องอยู่ในห่วงโซ่อุปทานก็จะทำหน้าที่ให้การส่งเสริมอาชีพที่ดีต่อไป”

ใครที่อ่านแล้วอยากมีอาชีพแบบคุณโบ คือรับซื้อข้าวโพดและต้มข้าวโพดขาย ลองพูดคุยขอคำแนะนำได้ที่โทร. 080 0998910 ครับ