นายสุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ (CPF SHE&En)
นายสุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ (CPF SHE&En)

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ผลักดันมาตรฐาน CPF SHE&En Standard ทุกฟาร์ม-โรงงาน ส่งเสริมบุคลากรคิดค้นโครงการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า-น้ำกว่า 100 โครงการ ตลอดปี 59 ส่งผลประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 50 ล้านบาท

นายสุชาติ วิริยะอาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมและพลังงาน ซีพีเอฟ (CPF SHE&En) เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินโครงการด้านการประหยัดพลังงาน มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้นำเสนอแนวคิดหรือวิธีการ ที่จะช่วยพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าและใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า ในปี 2559 ที่ผ่านมา ซีพีเอฟได้ริเริ่มโครงการใหม่มากถึง 104 โครงการ ช่วยลดการใช้พลังงานกว่า 80,000 กิกะจูล คิดเป็นร้อยละ 11.26 ต่อหน่วยการผลิต เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas : GHG) ได้กว่า 7,200 ตันคาร์บอนได้ออกไซด์เทียบเท่า คิดเป็นร้อยละ 1.05 ต่อหน่วยการผลิต สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้มากกว่า 50.6 ล้านบาท ลดปริมาณการนำน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 6.88 และลดปริมาณของเสียที่ต้องนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบและเผาต่อหน่วยการผลิตได้ถึงร้อยละ 16.83

ปัจจุบันฟาร์มและโรงงานของซีพีเอฟทั้งหมด 169 แห่ง เข้าร่วมโครงการรสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก หรือ LESS (Low Emission Support Scheme) ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก(องค์การมหาชน) หรือ อบก. ทำให้บริษัทได้มีส่วนร่วมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 739,734 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และกักเก็บ GHG ได้ 30,147 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า” นายสุชาติ กล่าว

ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการฯ อาทิ โครงการปรับปรุงผนังโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อ ด้วยการเปลี่ยนจากผนังผ้าม่าน PVC เป็นผนังทึบกันความร้อน ISOWALL เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการระบายอากาศ ควบคุมอุณหภูมิภายในโรงเรือนให้เหมาะสมมีการ ใช้พลังงานในกระบวนการผลิตอย่างคุ้มค่า ทั้งยังช่วยยกระดับการผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งได้ผลลัพธ์เชิงบวกทั้งด้านประสิทธิภาพการเลี้ยงและด้านสิ่งแวดล้อม จากอัตราการแลกเนื้่อหรือ FCR ของไก่เนื้อดีขึ้น มีอัตราการสูญเสียของไก่ต่ำลง และช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับโรงเรือนผนัง PVC และสามารถลดการใช้น้ำในโรงเรือนเลี้ยงไก่เนื้อได้ถึง 6,300 คิวต่อปี

โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมCOGENERATION POWE PLANT บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) (CPF)
โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม COGENERATION POWE PLANT บริษัทกรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) (CPF)

นายสุชาติกล่าวอีกว่า บริษัทจึงได้ศึกษาและคิดค้นแนวทางการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน และพัฒนาต่อยอดทั้งด้านกระบวนการ (Process) และผลิตภัณฑ์ (Product) ผ่านการบริหารจัดการในเชิงบูรณาการตามแนวทาง 4Rs คือ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการฟื้นฟูหรือใช้ทางเลือกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเดิม (Replenish) ภายใต้มาตรฐานและกระบวนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยสิ่งแวดล้อม และพลังงานซีพีเอฟ (CPF Safety Health Environment and Energy Standard: CPF SHE&En Standard) ครอบคลุมแนวปฏิบัติและข้อกำหนดในการบริหารจัดการทั้งด้านพลังงาน ก๊าซเรือนกระจก น้ำ และของเสีย สอดคล้องตามกฏหมาย และมาตรฐานสากล เช่น ISO 14001: ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม, ISO 50001 : ระบบการจัดการพลังงานตามมาตรฐานสากล และ OHSAS18001 : การรับรองอาชีวอนามัยและการบริหารความปลอดภัย เป็นต้น รวมถึงนำแนวทางสากล อาทิ Global Water Tool, Local Water Tool และ GHG Reporting มาประยุกต์ใช้ โดยมีคณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และพลังงาน (CPF SHE&En Management Committee) กำกับดูแลและบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรฐานดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ได้พัฒนาหลักสูตรและจัดอบรม SHE&En รวม 12 หลักสูตร เช่น หลักสูตรภาวะผู้นำกับการสร้างวัฒนธรรม การประเมินผู้มีส่วนได้เสีย การประเมินและการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ การประเมินความเสี่ยงด้าน SHE&En ด้วยเทคนิคขั้นสูง เป็นต้น เพื่อให้บุคลากรผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ ความเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้ CPF SHE&En Standard สำหรับกำหนดกลยุทธ์ วางแผนงาน และบริหารจัดการธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน

โรงงานในเครือ CPF คำนึงถึงการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม
โรงงานในเครือ CPF คำนึงถึงการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 5 ปี (2559-2563) เพื่อผลักดันการมีส่วนร่วมของทุกสายธุรกิจในการปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานสู่การคิดค้นริเริ่มนวัตกรรมที่ช่วยสร้างเสริมสมดุลระหว่าง การเติบโตอย่างมีกำไร การมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงในระยะยาว รวมถึงเพื่อร่วมสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (Sustainable Development Goals : SDGs) เราตั้งเป้าหมายเทียบกับปีฐาน 2558 ว่าจะต้องลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตร้อยละ 5, ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยร้อยละ 5, ลดปริมาณการนำน้ำมาใช้ต่อหน่วยร้อยละ 10 และลดปริมาณของเสียที่กำจัดโดยฝังกลบและเผาต่อหน่วยการผลิตร้อยละ 30

โรงงานเครือ CPFปฎิบัติตามแนวทาง 4Rs คือ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อเป็นการฟื้นฟู และใช้ทางเลือกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเดิม
โรงงานเครือ CPFปฎิบัติตามแนวทาง 4Rs คือ การลดการใช้ (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) เพื่อเป็นการฟื้นฟู และใช้ทางเลือกใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเดิม

ซีพีเอฟยังเดินหน้าขยายมาตรฐานการเก็บข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยดัชนีชี้วัดประสิทธิผลการดำเนินงาน CPF SHE&En KPIs (Key Performance Indicators) ไปยังสถานประกอบการของบริษัทในต่างประเทศ คาดว่าจะครอบคลุมทุกประเทศทั่วโลก ภายในปี 2560 นี้” นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้าย./