สั่งด่วน! เติมน้ำในเขื่อนลำตะคอง หวั่นน้ำไม่พอเพาะปลูกหน้าแล้ง
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เจ้ากระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา เตรียมการแก้ไขปัญหาน้ำเขื่อนลำตะคอง ซึ่งมีน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ เพื่อให้สามารถมีน้ำใช้ได้อย่างเพียงพอตลอดหน้าแล้ง และเกษตรกรมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ

21 ก.ย.60/ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปยังเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา เพื่อแก้ไขปัญหาเขื่อนลำตะคองยังมีน้ำน้อยกว่าปกติ โดยได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงการประชุมชี้แจงสถานการณ์น้ำ การเพาะปลูกในเขตชลประทาน การปฏิบัติการฝนหลวง และ แนวทางการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

ทั้งนี้ รัฐบาลมีนโยบายบริหารจัดการน้ำให้มีใช้อย่างเพียงพอ และ กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายส่งเสริมการเกษตรให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ ซึ่งนับเป็นรัฐบาลแรกที่วางแผนการเพาะปลูกล่วงหน้า เพื่อลดความเสียหายให้เกิดน้อยที่สุด

สถานะการ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง
สถานะการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง

ด้านสถานการณ์น้ำในปี 2560 ภาพรวมมีปริมาณฝนมากกว่าปีก่อนๆ จึงทำให้น้ำในเขื่อนต่างๆ มีมาก แต่บางพื้นที่ยังมีปริมาณฝนไม่มากนัก มีเขื่อนที่มีน้ำน้อย จำนวน 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา

สถานการณ์น้ำเขื่อนลำตะคอง ณ วันที่ 20 ก.ย 60  มีน้ำ 111 ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำใช้การได้ 88 ล้าน ลบ.ม. โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง มีพื้นที่ชลประทาน 154,195 ไร่ มีดารเพาะปลูกรวม 120,599 ไร่ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จในต้นเดือน ธ.ค. 60 คาดว่า ณ วันที่ 1 พ.ย. 60 เขื่อนลำตะคองมีน้ำใช้การได้ 114 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ถ่ายรูปร่วมกับคณะสื่อมวลชนที่เขื่อนลำตะคอง

สำหรับแนวทางในการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำ กระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดนโยบาย การดำเนินการช่วยเหลือทั้งในระยะสั้น และระยะยาว โดยมีเป้าหมายบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอตามลำดับความเร่งด่วนในการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศน์ การเกษตรต่อเนื่อง การเริ่มต้นเพาะปลูกในฤดูกาลหน้า โดยจะมีคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ อาทิ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงฯ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้ใช้น้ำและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันบริหารจัดการ สำหรับในส่วนของ เขื่อนลำตะคอง ซึ่งมีน้ำต้นทุนน้อยหลายปีต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องวางแผนเตรียมการช่วยเหลือล่วงหน้าอย่างรัดกุม โดยสั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ปฏิบัติการเติมน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค และน้ำใช้การเพื่อการเกษตรในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงนี้