กรมชลฯ เดินหน้า…เปิด 5 โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามศาสตร์พระราชา
สืบสานศาสตร์พระราชาพัฒนาแหล่งน้ำ

กรมชลประทานสืบสาน “ศาสตร์พระราชา” เดินหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  เตรียมขยายผลเปิดโครงการสำคัญๆ ในปีงบประมาณ 2561 อีกอย่างน้อย 5 โครงการ เพิ่มพื้นที่ชลประทานกว่า 112,000 ไร่ พร้อมร่วมกับมูลนิธิปิดทองหลังพระเพิ่มประสิทธิภาพโครงการอันเนื่องจากพระราชดำริขนาดเล็กอีก 1,645 โครงการ

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2561 กรมชลประทานจะเร่งดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้แล้วเสร็จ ตามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พร้อมกับนำ “ศาสตร์พระราชา” มาขยายผลแก้ปัญหาเรื่องน้ำในภูมิภาคต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับราษฎร

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน

สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่กรมชลประทานจะขอเปิดดำเนินการในปี 2561 ประกอบด้วยโครงการสำคัญๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ โครงการที่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี เนื่องจากวงเงินก่อสร้างไม่เกิน 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เป็นโครงการขนาดกลางมีความจุ 7.43 ล้านลูกบาศก์ เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 7,348 ไร่ และโครงการอ่างเก็บน้ำป่าละอู อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคพื้นที่ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุ 10.46 ล้าน ลบ.ม. สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 6,490 ไร่

สร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
สร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค

โครงการประเภทที่สองเป็นโครงการที่ต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดโครงการโดยจะใช้ระยะเวลาในก่อสร้างประมาณ 5 ปี ประกอบด้วย โครงการอ่างเก็บน้ำลำน้ำชี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 75,000 ไร่ ใช้เงินลงทุนประมาณ 2,938 ล้านบาท โครงการอ่างเก็บน้ำวังหีบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 2,377 ล้านบาท เมื่อแล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 13,014 ไร่ และโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัยพื้นที่ของอำเภอพระพรหม อำเภอเมือง และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากของจังหวัด โดยเฉพาะในเขตชุมชนและเขตเศรษฐกิจของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรกรรม การอุปโภค-บริโภค ในฤดูแล้ง ได้อีกประมาณ 5 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 17,400 ไร่ โดยจะมีการก่อสร้างและปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิม พร้อมทั้งขุดคลองผันน้ำสายใหม่ ความยาวประมาณ 18.64 กม. และก่อสร้างประตูระบายน้ำ เพื่อกักเก็บน้ำและป้องกันน้ำเค็มหนุนในฤดูแล้ง ใช้เงินลงทุนประมาณ 9,580 ล้านบาท

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้คลอบคลุมในทุกมิติ
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีรักษาราชการแทนอธิบดีกรมชลประทานลงพื้นที่ศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้คลอบคลุมในทุกมิติ

นอกจากนี้ในปีงบประมาณ 2561 กรมชลประทานยังจะนำโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งที่เป็น ฝาย อ่างเก็บน้ำ และรูปแบบอื่นๆ ที่ยังไม่มีระบบชลประทาน ซึ่งมีทั้งหมดประมาณ 1,645 โครงการ มาทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้คลอบคลุมในทุกมิติ เพื่อก่อสร้างระบบชลประทานให้สามารถใช้ประโยชน์จากโครงการได้เต็มศักยภาพ เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเพาะปลูกของประชาชนได้ตลอดทั้งปี โดยจะร่วมดำเนินงานในลักษณะบูรณาการกับมูลนิธิปิดทองหลังพระ จังหวัดที่ตั้งโครงการ หน่วยงานปกครองในท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่