เปิดลายแทง! ชมแปลงปลูกพืชผักสุดอลังการ “อีสท์ เวสท์ ซีด 35 ปี”
คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป ของ อีสท์ เวสท์ ซีด กับอุโมงค์ผักที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

เรื่อง/ภาพ : เด็กเกษตรโว้ย

เปิดให้สื่อมวลชนเข้าชมอย่างเป็นทางการไปแล้วนั่นก็คืองานครบรอบ 35 ปี บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด เจ้าของแบรนด์สินค้าเมล็ดพันธุ์ “ตราศรแดง” ผู้นำอันดับหนึ่งของเมล็ดพันธุ์ผักในขณะนี้

ในครั้งนี้เขาได้จัดนิทรรศการด้วยการโชว์สายพันธุ์ผัก และดอกไม้ที่หลากหลายของ อีสท์ เวสท์ ซีด กว่า 200 สายพันธุ์ (ทุกสายพันธุ์เป็นผลผลิตของอีสท์เวสท์ซีด) ในพื้นที่ 20 ไร่ ใน อ.ไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งใช้ชื่องานครั้งนี้ว่า “อีสท์ เวสท์ ซีด ฟิลด์เดย์ 2017 35 ปี เพาะด้วยใจให้ยั่งยืน”

ภายในงานมีอะไรให้ดูชมบ้าง?… “เกษตรโว้ย” ขออาสาพาไปเยี่ยมชมกัน

  1. อุโมงค์ผักที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวกว่า 200 เมตรเห็นจะได้ โดยมีการรวบรวมพันธุ์ผักประเภทไม้เลื้อยต่างๆ เช่น ฟักทองรูปน้ำเต้า หรือบัตเตอร์นัท แฟงชนิดต่างๆ บวบหลากหลายสายพันธุ์…วันที่ไปชมนั้นกำลังออกผลผลิตแต่ยังไม่โตเต็มที่ คาดว่าวันงานคงเก็บไปทำเป็นอาหารได้พอดี

    สวนผักพื้นบ้าน
    สวนผักพื้นบ้าน
  2. สวนผักพื้นบ้าน เป็นการโชว์สายพันธุ์ผักพื้นบ้านไทยที่บางชนิดอาจจะใกล้สูญหายไปจากสังคมไทยแล้ว เช่น ถั่วฝักยาวไร้ค้าง ถั่วแปบสีม่วง…ขอบอกว่าสไตล์การจัดสวนผักที่ใครเห็นก็สามารถนำกลับไปทำที่บ้านของตัวเองได้

    แคทวอล์ค...สะพานไม้ไผ่
    แคทวอล์ค…สะพานไม้ไผ่
  3. แปลงดาวเรืองหลากสี ทั้งพันธุ์ตัดดอกเพื่อการค้าและพันธุ์ปลูกประดับ กำลังเหลืองสะพรั่ง จุดเด่นอยู่ที่สะพานไม้ไผ่ทอดยาวให้ผู้มาเยี่ยมได้ถ่ายภาพกันแบบเต็มอิ่ม…วันที่ไปเยี่ยมชมเวลาเดินเสียงดังอิ๊ดแอ๊ด ทราบจากผู้บริหารว่าตั้งใจให้เป็นธรรมชาติจริงๆ

    ทีมงานเกษตรโว้ย...ด้านหลังคือโรงเรือนปลูกพืชที่สวยงาม
    ทีมงานเกษตรโว้ย…ด้านหลังคือโรงเรือนปลูกพืชที่สวยงามแปลกตา
  4. พืชโรงเรือน โดยเฉพาะประเภทเมล่อนและมะเขือเทศเชอร์รี่ ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเพราะท่านจะได้ชมและศึกษาการทำพืชโรงเรือนแบบมืออาชีพได้เลย…จุดเด่นของโรงเรือนคือนำเศษวัสดุเหลือใช้มาประกอบกันจนน่าจะเป็นโรงเรือนที่มีศิลปะที่สวยงามที่สุดในโลก

    แปลงผัก...ห่างออกไปเป็นแปลงปลูกข้าวโพด
    แปลงผัก…ห่างออกไปเป็นแปลงปลูกข้าวโพด
  5. แปลงผักเพื่อการค้าหลากหลายชนิด อาทิ ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดข้าวเหนียวหลากหลายสีสัน และผักสายพันธุ์การค้าต่างๆ ให้สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจได้ศึกษาและนำความรู้ไปใช้ในการทำไร่สวนของตัวเองได้…คาดว่าวันที่เปิดงานให้ชมอย่างเป็นทางการก็เก็บเกี่ยวข้าวโพดได้พอดี

เปิดให้ชมแค่ 2 วัน…หากพลาดก็รอไปอีก 5 ปี

ทั้งนี้ อีสท์ เวสท์ ซีด จะเริ่มเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชมงานนี้ วันที่ 18 19 พฤศจิกายน 2560 โดยผู้เข้าชมงานนอกจากจะได้ถ่ายภาพสวยๆ ท่ามกลางแปลงผักและดอกไม้แล้ว ยังจะได้รับความรู้จากนิทรรศการเกี่ยวกับพืชผัก อาทิเช่น สถานีเทคโนโลยีเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ ที่จะทำให้คุณได้เห็นถึงกระบวนการผลิตเมล็ดพันธุ์และการควบคุมคุณภาพเมล็ดพันธุ์ และมีสถานีความรู้เกี่ยวกับโรคพืช ที่จะให้ความรู้ในเรื่องการป้องกันและการแก้ไขเมื่อพืชมีปัญหาอย่างไร นอกจากนี้ยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับสายพันธุ์ผักต่างๆ และการปลูกผักแบบมืออาชีพ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ได้ต่อไป

คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล และคุณอิสระ วงศ์อินทร์...สองผู้บริหารในวันแถลงข่าว
คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล และคุณอิสระ วงศ์อินทร์…สองผู้บริหารในวันแถลงข่าว

จากการได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณวิชัย เหล่าเจริญพรกุล ผู้จัดการทั่วไป และคุณอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ของ อีสท์ เวสท์ ซีด บอกว่า การจัดงานจะมีขึ้นทุก 5 ปี ครั้งนี้ได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองในวาระโอกาสครบรอบ 35 ปี ซึ่งแนวคิดของการจัดงานจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของบริษัทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการทุ่มทุนจัดงานและเตรียมงานมาเป็นอย่างดี หากคิดเป็นงบประมาณก็หลายล้านบาท แต่ทั้งนี้ก็ไม่เท่ากับความมุ่งมั่นตั้งใจของอีสท์ เวสท์ ซีด ที่พนักงานทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์งานให้ออกมาดีที่สุด

“เราคาดว่าจะมีผู้สนใจมาเที่ยวชมงานหลายพันคน ทั้งเอเยนต์ที่เป็นคู่ค้า ทั้งเกษตรกรที่เป็นลูกค้า และโดยเฉพาะคนในเมืองกรุงที่เริ่มสนใจในเรื่องการเกษตรน่าจะมาเที่ยวชมกันเยอะ เพราะสถานที่จัดงานของเราอยู่ย่านชานเมือง เดินทางสะดวกสบาย”

ทุกมุมจะมีที่นั่งพักให้ถ่ายรูปสวยๆ...เชิญทุกท่านมาเที่ยวชมงานนะค่ะ
ทุกมุมจะมีที่นั่งพักให้ถ่ายรูปสวยๆ…เชิญทุกท่านมาเที่ยวชมงานนะค่ะ

สำหรับผู้สนใจที่จะไปเที่ยวชมงาน…สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเฟสบุ๊คเพจ “เมล็ดพันธุ์ศรแดง” หรือเฟสบุ๊คเพจ “East-West Seed Thailand” หรือโทร 02-831-7777…ขอบอกว่างานนี้เขาทุ่มเทจัดเต็ม มีไอเดียดีๆมากมาย เหมาะที่จะมาเยี่ยมชมแบบครอบครัวมากๆ (เสียดายว่าวันที่ไปเยี่ยมชมนั้นท้องฟ้ามืดมัวไปหน่อย ไม่งั้นรูปจะสวยกว่านี้มากครับ)