7 คำถามเจาะใจหัวเรือใหม่-ปุ๋ยยารา...“เราทุ่มเทเพื่อเกษตรกรรายย่อย”
คุณเมดิ เซนท์-อังเดร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด

หมายเหตุ-เกษตรโว้ย : เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 บริษัท ยารา (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปุ๋ยธาตุอาหาร คุณภาพสูง (Premium Quality) ทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก เปิดตัวผู้บริหารใหม่ไฟแรงชาวฝรั่งเศส คุณเมดิ เซนท์-อังเดร์ และได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับวิสัยทัศน์การพัฒนาความแข็งแกร่งของปุ๋ยยารา ภาคเกษตรกรไทย และดีลเลอร์ร่วมค้า ซึ่งมีมุมมองที่น่าสนใจ ดังนี้

รัชกาลที่ 5 เสด็จโรงงานปุ๋ยยารา
รัชกาลที่ 5 เสด็จโรงงานปุ๋ยยารา
พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เยี่ยมชมโรงงานปุ๋ยยารา
พระองค์เจ้าโสมสวลีฯ เยี่ยมชมโรงงานปุ๋ยยารา

1.ทราบว่าปุ๋ยยารา มีความเป็นมาที่เกี่ยวข้องกับสังคมไทย เรื่องราวเป็นมาอย่างไรครับ

“หากจะตอบคำถามนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2515 เมื่อครั้งที่สำนักงานขายและตัวแทนจำหน่ายปุ๋ยยาราในไทยถูกตั้งขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นจุดเริ่มต้นของปุ๋ยตราเรือใบคุณภาพสูงจากประเทศนอร์เวย์ ได้ถูกนำเข้ามาขายให้กับเกษตรกรชาวไทย และหากถามต่อไปว่าปุ๋ยยาราเริ่มเกี่ยวข้องกับสังคมไทยเมื่อใด ก็คงต้องย้อนไปไกลถึงปี พ.ศ. 2450 ณ ประเทศนอร์เวย์ ที่ซึ่งโรงงานปุ๋ยยาราในเมือง Notoddenได้มีโอกาสถวายการต้อนรับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่ทรงเสด็จเยี่ยมชมโรงงาน และได้ทรงสั่งซื้อปุ๋ยจำนวน 1 ตัน เพื่อทรงนำมาทดลองใช้ในเมืองไทย ซึ่งในสมัยนั้นอุตสาหกรรมการผลิตปุ๋ยยังเป็นเรื่องที่ใหม่และก้าวหน้าอย่างมาก สำหรับการเกษตรกรรมไทย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของปุ๋ยยารากับสังคมไทยมาจวบจนวันนี้

นอกจากนั้นในปี พ.ศ. 2553 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ได้เสด็จไปเยี่ยมชมโรงงานปุ๋ยยาราที่ประเทศนอร์เวย์ และในโอกาสเดียวกันนี้ บริษัทยาราได้ร่วมบริจาคปุ๋ยยาราจำนวน 50 ตัน เพื่อช่วยเกษตรกรผู้ขาดแคลน ซึ่งแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างปุ๋ยยารากับสังคมไทย มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน

2.คุณเมดิ เซนท์-อังเดร์ เข้ามารับผิดชอบบริษัทปุ๋ยยารา (ประเทศไทย) ได้อย่างไรครับ

“ผมเพิ่งเข้ามารับหน้าที่เป็นผู้บริหารสูงสุด ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของยาราประเทศไทยครับ ผมร่วมงานกับบริษัทยาราเป็นเวลาถึง  12 ปีแล้ว เริ่มจากผู้จัดการฝ่ายการค้าในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมแก๊สของยาราในประเทศฝรั่งเศส และเริ่มเข้ามาในธุรกิจโภชนาการพืช หรือ Crop Nutrition ซึ่งก็คือ ปุ๋ยยารา นี่แหละครับ โดยผมเริ่มต้นในประเทศกานา อยู่ที่นั่นเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งผมอยู่ในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ 4 ปี และย้ายมาที่เวียดนามอีก 4 ปีในตำแหน่งเดียวกัน และล่าสุดผมเพิ่งย้ายเข้ามาประจำการในประเทศไทยได้ประมาณ 5 เดือนแล้วครับ”

3.มองภาคเกษตรประเทศไทยอย่างไรและปุ๋ยยาราได้มุ่งเน้นที่จะพัฒนาด้านไหนบ้างครับ

“ประเทศไทย เป็นประเทศที่มีศักยภาพมากครับ ถ้าเทียบระดับโลก ประเทศไทยอยู่ในอันดับหนึ่งใน 10 ยอดขายสูงสุด ส่วนถ้าเป็นเอเชียเราก็เป็นผู้นำในอันดับต้นๆ เช่นกันครับ เพราะเมืองไทยเป็นประเทศที่มีการทำเกษตรกรรมเป็นหัวใจหลักในการผลักดันขับเคลื่อนประเทศ และมีอันดับการเติบโตของยอดขายปุ๋ยยาราที่สูงมาก ซึ่งเรื่องนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทยาราเป็นอย่างมากครับ ที่ยาราสนับสนุนเกษตรกรรมไทย และเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง เราทำงานมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเกษตรกร ในหัวใจของเราทุกคนทุ่มเทเพื่อเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าปุ๋ยธาตุอาหารคุณภาพสูงของเรา ที่เน้นคุณภาพที่ดีในระดับพรีเมียม ที่ช่วยส่งเสริมผลผลิตได้สูง คุ้มค่ากับการลงทุนของเกษตรกร ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ องค์ความรู้เรื่องดิน ธาตุอาหาร และเทคนิคการปลูก ที่เรามีความเชี่ยวชาญ และมีการวิจัยพัฒนามาเป็นอย่างดี มีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่เราจะต้องถ่ายทอดข้อมูลความรู้เหล่านี้ให้กับเกษตรกรของเรา เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรไทยได้ใช้ปุ๋ยยาราได้อย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า และผลที่สุด คือ ยาราเราได้มีส่วนในการช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรไทยครับ”   

คุณเมดิ...กับทีมงานและดีลเลอร์ที่เป็นคู่ค้า
คุณเมดิ…กับทีมงานและดีลเลอร์ที่เป็นคู่ค้า

4.ธุรกิจปุ๋ยในประเทศไทยมีการแข่งขันสูง ปุ๋ยยาราจะใช้กลยุทธ์อย่างไรครับ

บริษัทยาราได้ดำเนินธุรกิจครั้งแรกในประเทศนอร์เวย์ มาจนถึงปัจจุบันนี้ กว่า 112 ปีแล้ว ปัจจุบัน ยารา เป็นปุ๋ยธาตุอาหารคุณภาพสูงอันดับ 1 ในใจเกษตรกรไทย ที่ได้รับความไว้ใจและเชื่อมั่นมากว่า 45 ปี ปุ๋ยทุกถุงถูกผลิตตามมาตรฐานระดับโลกจากโรงงานยาราในประเทศแม่อย่างนอร์เวย์ และอีกบางประเทศในภาคพื้นยุโรป ทั้งยังได้ผ่านการวิจัย พัฒนา และการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาทิ นักปฐพีวิทยา ในระดับสากลอีกด้วย

“ยาราจะมุ่งเน้นที่เกษตรกร (Farmer centric) และการถ่ายทอดความรู้ (Knowledge grows) เป็นสำคัญครับ โดยเราจะมุ่งพัฒนาและให้ข้อมูลความรู้แก่เกษตรกรให้ตรงตามความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละกลุ่มพืช ซึ่งกลุ่มที่สำคัญในประเทศไทย ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ลำไย และผักใบครับ”  

กลยุทธ์สำคัญอีกประการหนึ่งที่คุณเมดิ ได้ย้ำคือ  “ยารายังให้ความสำคัญกับพันธมิตรคู่ค้าร้านเกษตรภัณฑ์ที่จำหน่ายปุ๋ยยาราด้วยนะครับ คู่ค้าของเราจะต้องได้รับการบริการ การดูแลที่ดี รวมทั้งต้องได้รับการสนับสนุนทางธุรกิจในแง่มุมต่างๆ เช่น การตกแต่งร้าน หรือการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายหน้าร้าน และจะต้องได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้องจาก ยาราอีกเช่นกันด้วย โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ ที่สื่อและเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก นอกจากยาราจะนำเอาสื่อ และเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว ยารายังจะนำสื่อดิจิทัลมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างยารากับเกษตรกรและคู่ค้าในอนาคตอีกด้วยครับ”

คุณเมดิ...กำลังตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน
คุณเมดิ…กำลังตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน

5.ตอนนี้ประเทศไทยผลผลิตทางการเกษตร เช่น ยางพารา ราคาตกต่ำ จะทำให้แผนการตลาดสะดุดไหมครับ

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของราคาสินค้าทางการเกษตร ที่ประเทศไหนในโลกนี้ก็คล้ายๆกัน โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเช่น ประเทศไทย ผมเคยเป็นผู้บริหารที่ประเทศเวียดนามก็ประสบปัญหาเหมือนกัน มากกว่าประเทศไทยด้วยซ้ำ แต่ด้วยศักยภาพของประเทศไทยที่ยังมีผลผลิตอีกหลายตัว มันไม่ได้ตกต่ำทุกตัว และตกแล้วก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่ขึ้นอีกเลย และนโยบายของยาราเราก็ยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย บางตัว บางช่วงเวลาอาจลดไปบ้าง แต่โดยรวมเราก็ยังมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยและรัฐบาลไทยครับ”

สิ่งต่างๆเหล่านี้ เราเข้าใจดี และสิ่งที่เราต้องรีบทำ คือการมุ่งเน้นให้ความรู้กับเกษตรกร เช่น ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตได้อย่างไร การใส่ปุ๋ยที่ถูกวิถี การใส่ในเวลาที่เหมาะสม รวมทั้งการเชื่อมโยงกับพันธมิตรที่เป็นร้านค้าคู่ค้าของเรา ดังที่กล่าวแล้ว

6.มั่นใจอย่างไรว่าปุ๋ยยาราจะครองใจเกษตรกรไทยได้ยั่งยืน เนื่องจากตอนนี้กระแสเกษตรอินทรีย์มาแรงและคนไทยผลิตปุ๋ยใช้เอง

ผมคิดว่าในเวลานี้ ทั่วโลกกำลังพูดถึงความมั่นคงทางด้านอาหาร องค์การสหประชาชาติกำลังรณรงค์ในเรื่องนี้ และเกษตรกรยังไม่สามารถผลิตอาหารป้อนพลโลกได้อย่างพอเพียง ยังจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยอีกมากมาย

“พื้นที่ดินที่จะทำการเกษตรมันมีจำกัดมาก คงไม่มีใครที่มีอำนาจออกมาสนับสนุนให้มีการบุกรุกทำลายป่าเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาปลูกพืชอาหารหรือเลี้ยงสัตว์อาหาร มีทางเดียวคือต้องอาศัยองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาเพื่อผลิตอาหารให้ได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทของเราได้มุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมด้านการเกษตรที่ทันสมัยและไม่เหมือนใคร ไม่เฉพาะปุ๋ย NPK ที่เป็นธาตุอาหารพืช แต่เราได้ทำในทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น Application CheckIT ImageIT TankMixIT หรืออุปกรณ์วิเคราะห์ค่าไนโตรเจนในใบพืช N-Tester รวมทั้งการอบรมนักวิชาการเกษตรอย่างเข้มข้น เพื่อจะได้นำไปเผยแพร่ให้เกษตรกรไทยได้มีความรู้นำไปปรับใช้ในเรือกสวนไร่นา จนได้ผลผลิตคุณภาพและเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพพร้อมขายเข้าสู่ตลาดและนำเงินรายได้มาเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน”

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ช่วยส่งเสริมรากฐานการเกษตรที่สำคัญ นอกจากนี้ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด ยังถือว่าเป็นใบอนุญาตในการทำงานของยารา ยาราเชื่อว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งในการดำเนินธุรกิจ อุบัติเหตุทุกอย่างสามารถหลีกเลี่ยงได้ และความปลอดภัยกับการเพิ่มผลผลิตเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด Yara Safe by Choice จึงเป็นเหมือนเครื่องเตือนให้เราทำงานด้วยความระมัดระวัง ไม่ว่าจะกับเกษตรกร ร้านค้า ซัพพลายเออร์ หรือแม้กระทั่งตัวพนักงานยาราเอง

เช่นเดียวกัน การปฏิบัติตามข้อกำหนด หมายถึงการยึดมั่นต่อจรรยาบรรณทางธุรกิจ ยารามุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน และต่อต้านการทุจริตอย่างเคร่งครัด

“สำหรับเกษตรอินทรีย์ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่กำลังได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค รวมทั้งการส่งเสริมผลิตปุ๋ยใช้เองก็เป็นโอกาสที่จะลดต้นทุนอย่างหนึ่ง ไม่ถือว่าเป็นการบั่นทอนต่อการทำงานของยาราแต่อย่างใด ซึ่งปัจจุบันระบบเกษตรอินทรีย์ยังผลิตอาหารได้น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการของผู้บริโภค และขนาดของธุรกิจอาหารโลกที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น

7.สิ่งที่อยากเห็นในภาคเกษตรประเทศไทยคืออะไรครับ

ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่เข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทปุ๋ยยาราในประเทศไทย ผมได้ออกเดินทางไปยังดินแดนเกษตรหลายจังหวัด ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ผมคิดว่าเกษตรกรไทยก็เหมือนเกษตรกรทั่วโลกในประเทศที่กำลังพัฒนา ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆปรับเปลี่ยน วันนี้ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป ทำอย่างไรเราจึงจะยืนอยู่ได้ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก “ฝนฟ้าอากาศเราห้าม(ควบคุม)เขาไม่ได้ แต่เราควบคุมตัวเราให้ทำการเกษตรด้วยองค์ความรู้สมัยใหม่…นโยบายต้องเน้นเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง จึงจะไปได้”

หากถามว่าผมอยากเห็นอะไรกับการเกษตรประเทศไทย ผมขอตอบเลยว่า “ผมอยากให้คนรุ่นใหม่ที่ทำงานอยู่ในเมือง รวมไปถึงคนที่ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆตามย่านชานเมืองยกโขยงไปหาพ่อแม่ที่อยู่ในในต่างจังหวัดในชนบทที่เป็นถิ่นเกิดของเขาเหล่านั้น…ใช้พื้นที่หน้าบ้าน หลังบ้าง ข้างบ้าน ที่ยังเหลืออยู่มาทำการเกษตร มาปลูกข้าวหรือพืชผลอื่นๆที่นำมาเป็นอาหารเลี้ยงดูชาวโลก…มาอยู่กับธรรมชาติที่เป็นของจริง แนวโน้มนี้เกิดขึ้นแล้วที่ประเทศในยุโรป ผมก็หวังว่าประเทศไทยจะต้องก้าวไปสู่จุดนั้นได้ครับ” 

ได้ฟังทัศนะ และวิสัยทัศน์ของคุณเมดิ ผู้บริหารสูงสุดบริษัทปุ๋ยยารา ประเทศไทย ขอบอกว่า ตอบคำถามได้เฉียบคม ตอบได้ทุกเรื่องที่สื่อมวลชนไทยถาม ทำให้เชื่อมั่นได้ว่า เขาจะผลักดันให้ปุ๋ยยารายังคงรั้งตำแหน่งแชมป์ผู้นำปุ๋ยธาตุอาหารในประเทศไทยได้ต่อไปอีกยาวนาน…ท้ายที่สุดคุณเมดิ ยังทิ้งทวนด้วยประโยคที่เป็นกันเองว่า “ปีหน้านี้ ยาราในประเทศไทยยังมีอะไรสนุกๆ น่าตื่นเต้นให้ติดตามกันอีกมาก…อยากให้ติดตามกันครับ”

อีกประโยคที่ผู้เขียนขอปิดท้าย ชอบใจที่คุณเมดิ บอกว่า “แค่เกษตรกรรายย่อยมีรายได้ส่งลูกเรียนหนังสือก็ถือว่าเราได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่เกษตรกรไทยแล้ว” เพราะคุณเมดิ หวังมากว่า เมื่อได้ใช้ผลิตภัณฑ์ปุ๋ยคุณภาพดี ก็จะช่วยส่งเสริมให้ผลผลิตดี มีรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น…คุณภาพชีวิตของเกษตรกรสำคัญมากครับ