เรื่อง : เด็กเกษตรโว้ย

ได้พบกับ “โดม ปกรณ์ ลัม” ในงาน “มหานครสมุนไพร” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-25 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์การค้าเดอะฮับ รังสิต โดย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้จัดร่วมกับหน่วยงานต่างๆ งานนี้คุณโดมนำผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรของตนเองมาโชว์ และเสวนาบนเวทีร่วมกับ อาจารย์อภิทรัพย์ เลิศสิริประภา ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิในโครงการตามพระราชดำริสวนป่าสมุนไพร สิ่งที่โดมได้พูดวันนี้น่าคิด “เกษตรโว้ย” จึงตามติดขอพูดคุยเป็นกรณีพิเศษ…

เพราะจะว่าไปแล้วมีดารานักร้องไม่กี่คนที่จะลงมาให้ความสนใจสมุนไพรและเกษตรไทย เพราะใครๆก็รู้ว่ามันเป็นงานที่หนักและเหนื่อยกว่าที่จะแจ้งเกิด…พูดง่ายๆอาชีพศิลปินมันสบายกว่ากันเยอะเลย

บนเวทีเสวนาเรื่อง มุมมองดารากับสมุนไพรไทย
บนเวทีเสวนาเรื่อง มุมมองดารากับสมุนไพรไทย

“ผมเองเป็นนักแสดงต้องให้ดูดี จึงพยายามหาอะไรที่มันกินแล้วใช้แล้วตัวเองดูดี ก็ไปมาหลายประเทศ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ มองว่ามีอะไรที่จะทำเป็นธุรกิจให้ไปด้วยกันกับเราได้ อย่างเช่นนำสเปรย์น้ำแร่จากเกาะเชจู มาขายที่เซเว่น แต่มันเหมือนงูกินหาง เราไปเห็นเขาก็กลับมามองบ้านเรา ไปๆมาๆเมืองไทยเรายังมีของดีอีกเยอะ …ของเขาเราเชียร์ได้ไม่เต็มที่พูดได้ไม่เต็มปาก สู้มาทำอะไรที่เป็นของบ้านเราดีกว่า” คุณโดม เผยถึงแรงบันดาลใจและที่มาของการเข้าสู่วงการพัฒนาสมุนไพรไทย

คุณโดม ปกรณ์ ลัม เข้าประชุมกับ สวก. เพื่อของบวิจัยสมุนไพรไทย
เข้าประชุมกับ สวก. เพื่อของบวิจัยสมุนไพรไทย (ขอบคุณภาพจาก IG โดม ปกรณ์ ลัม)

คุณโดม เริ่มจากการพัฒนาสุมนไพรรางจืด และอีก 2 -3 ตัวที่จะตามมา ทั้งหมดทำเป็นเครื่องสำอาง ใช้เทคโนโลยีทันสมัยและบรรจุอยู่ในแพ๊คเกจจิ้งสวยงาม โดยมีอาจารย์อภิทรัพย์ เลิศสิริประภา คอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

“หลายคนมองว่าสมุนไพรเป็นเรื่องของคนแก่หรือคนโบราณ แต่จริงๆแล้ว เราใช้กันมาเป็นร้อยๆปี ตั้งแต่เกิด เราใช้สมุนไพรกวาดลิ้น ทาท้องแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ใช้ได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ จนแก่เจ็บไข้ได้ป่วยเราก็พึ่งสมุนไพร จึงดีใจมากที่คนรุ่นใหม่ (ที่เป็นนักร้องนักแสดง)หันมาให้ความสนใจนำสมุนไพรไทยมาต่อยอดเป็นการค้า…” อาจารย์อภิทรัพย์ กล่าวนำ

สำหรับคุณโดมมองในเรื่องสมุนไพรว่า “สิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ แต่มันมากกว่านั้น มันเป็นเรื่องของความภูมิใจที่ว่าเราเป็นประเทศที่มีขุมทรัพย์ในดินที่บรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายายของเราได้ฝากไว้ให้ ในฐานะที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่จะมาขับเคลื่อนประเทศต่อไป เราควรจะหยิบสมุนไพรไทยขึ้นมาเป็นพืชเศรษฐกิจ พัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับชุมชน กับเกษตรกรที่เพาะปลูก ผสมผสานกับนวัตกรรมต่างๆ ทีนี้เราก็จะสู้กับนานาประเทศได้ เหมือนที่เรานิยมสินค้าของยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ เราอย่าไปเสียดุลการค้า ไปหลงกลเขาอีก”

“สมุนไพรคือธรรมชาติ อย่าไปหลงประเด็น อย่าไปเชื่อเรื่องมาร์เก็ตติ้งของต่างประเทศ ควรกลับมาหาสิ่งที่เรามี เรามาช่วยกันเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทย…นี่เป็นแก่นแท้ ที่จะทำให้ยกระดับทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจของประเทศ หรือความเป็นอยู่ของเกษตรกร ในฐานะเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ก็จะนำความสุขใจมาสู่ประเทศเรา”

สำหรับทิศทางการพัฒนาสมุนไพร คุณโดมมองว่าอยู่ที่เรื่องการจัดการ “ยกตัวอย่างเกาหลี ไปเที่ยวเกาหลี สิ่งที่เห็นคือโสมของเขา ไปตรงไหนก็เจอแต่โสม ขนาดเข้าไปร้านขายของฝากเราถูกรัฐบาลเขาคอลโทรลตั้งแต่ร้านที่จะเข้าไป อย่างนักท่องเที่ยวถ้าไกด์ไม่พาเข้าร้านที่ขายของฝากที่เป็นสินค้าของเขาไม่ครบจะถูกปรับ หมายถึงเขาควบคุมตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง เขาใช้ดาราเกาหลียอดนิยมมาใช้โปรดักซ์เหล่านี้ ศิลปินไทยก็ควรมาใช้โปรดักซ์ของไทย ทำให้การผลิตและการใช้ไปด้วยกัน ถ้าทำได้จะไปได้สวยอย่างแน่นอน”

มอบเงินให้กับมูลนิธิในโครงการตามพระราชดำริสวนป่าสมุนไพร
มอบเงินให้กับมูลนิธิในโครงการตามพระราชดำริสวนป่าสมุนไพร

ไหนๆก็พูดเรื่องสมุนไพรแล้ว อยากให้คุณโดมพูดเรื่องการเกษตรประเทศไทยบ้าง อย่างเช่น ตอนนี้ มีคนรุ่นใหม่ไปปลูกข้าว ไปทำเกษตรกัน “ผมยังไม่คิดเรื่องข้ามไลน์ไปทำเรื่องข้าวหรืออะไร แต่จริงๆแล้วทุกอย่างอยู่ที่วิธีคิดแบบเดียวกัน เอานวัตกรรมเข้าไป เช่น ร่นระยะเวลาเพาะปลูกให้สั้นลง ทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น มีเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วย ผมเชื่อว่าไม่ว่าภาคส่วนใดก็ตามเราจะประสบความสำเร็จมากขึ้น ทันโลกมากขึ้น ได้กำไรมากขึ้น ก็อยากฝากแนวคิดไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ตาม ถ้าเป็นแนวคิดที่เป็น 4.0 จริงๆ ทั้งคนปลูก คนขาย คนใช้ ก็จะประสบความสำเร็จร่วมกัน”

ฟัง “โดม ปกรณ์ ลัม” พูดแล้ว ต้องยอมรับเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ “คิดไกล ก้าวไกล…ไปด้วยกัน” ใครอยากฟังอย่างละเอียดก็ดูในคลิปต่อได้ครับ