ทาสแมวควรรู้ เลี้ยงแบบระบบปิด ปลอดภัยกว่า
ทาสแมวควรรู้ เลี้ยงแบบระบบปิด ปลอดภัยกว่า

เรื่อง : รัตสมา คำแพง                        

เจ้าแมวเหมียว
เจ้าแมวเหมียว

เจ้าแมวเหมียว สัตว์เลี้ยงแสนน่ารักประจำบ้านที่ใคร ๆ ต่างหลงรัก ด้วยอุปลักษณ์นิสัยส่วนตัวของเขาที่ค่อนข้างรักอิสระ มีโลกส่วนตัวสูง จนมีคำพูดเย้าแหย่ในหมู่คนรักแมวว่าคนเลี้ยงแมวเป็น “ทาสแมว” แต่ความจริงก็คือกลุ่มคนนิยมชมชอบแมวนั้นเองแต่ก็ยังมีใครหลายอีกหลายคนที่ยังไม่เข้าใจถึงการเลี้ยงน้องแมวแบบระบบปิด ซึ่งการเลี้ยงแมวให้อยู่ในบ้านไม่ใช่การกักขัง แต่คือการดูแลแมวให้ปลอดภัยจากโรคร้าย เช่น ไข้หัดหวัดแมว ลูคิเมีย และเอดส์แมว

วันนี้ ผู้สื่อข่าว “เกษตรโว้” จึงออกไปหาคำตอบให้รู้ชัด รู้แจ้งกันไปเลยว่าการเลี้ยงภายในบ้าน โดยไม่ปล่อยให้ออกนอกบ้านนั้นมีความสำคัญอย่างไร

บางคนบอกเลี้ยงแมวระบบปิด แต่ทำไม แมวยังเป็นโรค แมวป่วย ไม่สบาย นั้นก็เพราะเพราะเขาไม่ได้เลี้ยงระบบปิดจริงๆ”  คำพูดจากปากเจ้าของฟาร์มแมวสก็อตติช โฟลด์  ผู้ดูแลแมวแบบระบบปิด หรือ นางสาวอลิสา อภิญญานุรักษ์  เรียกง่ายว่า คุณจีจี้ เจ้าของเพจ Neko – Fold Cattery บ้านเลขที่  9/369 หมู่บ้านนันทวัน – วัชรพล ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220

การเลี้ยงแมวแบบระบบปิดบ้านจะต้องเปิดให้โล่ง
การเลี้ยงแมวแบบระบบปิดบ้านจะต้องเปิดให้โล่ง

คุณจีจี้ ได้เล่าว่า ข้อดีจริงๆของการเลี้ยงแมวแบบระบบปิด คือการทำให้สัตว์เลี้ยงของเราปลอดภัยจากโรคร้าย เช่น หวัดแมว ไข้หัดหวัดแมว ลุคิเมีย FIP และเอดส์แมว ซึ่งแม้ว่าโอกาสการติดโรคเหล่านี้ค่อนข้างเกิดขึ้นได้ยากกว่าของสุนัข แต่โรคที่กล่าวมาส่วนใหญ่เป็นแล้วรักษาไม่หาย

นอกจากนั้นการเลี้ยงแมวแบบปล่อยออกนอกบ้าน ยังมีความเสี่ยงสูงที่แมวจะถูกรุมกัดจากสัตว์ที่ใหญ่กว่า เช่น สุนัข อีกทั้งยังมีอันตรายจากงูบางชนิดที่มีพิษร้ายแรง เช่น งูเห่า งูจงอาง เมื่อเวลาที่สัตว์เลี้ยงของเราไปเดินยามทุ้งหญ้านอกบ้าน อาจทำให้น้องแมวที่เรารักจากไป โดยที่เราไม่สามารถพาไปหาสัตวแพทย์ใกล้บ้านได้ทัน

น้องแมวได้สัมผัสกับแดด เพื่อที่แมวจะได้ไม่เป็นเชื้อรา
น้องแมวได้สัมผัสกับแดด เพื่อที่แมวจะได้ไม่เป็นเชื้อรา

การเลี้ยงแมวแบบระบบปิดบ้านจะต้องเปิดให้โล่ง เปิดหน้าต่าง เปิดผ้าม่าน ให้น้องแมวได้สัมผัสกับแดด เพื่อที่แมวจะได้ไม่เป็นเชื้อรา หมั่นทำความสะอาดบ้าน กวาดพื้น ดูดฝุ่นทุกวัน และควรจะเปิด – เปิดแอร์คอนดิชั่น เป็นช่วงเวลา  ต้องถอดเครื่องกรองฝุ่น มาล้างเป็นประทุกสัปดาห์ และให้ช่างมาล้างแอร์ทุกๆ 3 เดือน” คุณจีจี้กล่าว

ซึ่งการแปรงขนแมวทุกวัน จะช่วยลดการหลุดร่วงของขนบนพื้น เพราะขนจะติดหวีออกมา ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาดพื้นบ้าน และทำให้คนและแมวได้มีการใช้เวลาร่วมกัน นอกจากนั้นยังเป็นเหมือนการตรวจสุขภาพน้องแมวของเราว่าสบายดีหรือไม่ ตามขนที่ติดมากับหวีนั้นเอง สิ่งสำคัญคือเมื่อเขาอายุได้ 2 เดือน เพื่อตรวจโรค และเข้ารับวัคซีนกันไข้หัดหวัดแมวเข็มที่ 1 และวัคซีนเข็มต่อไป ตามที่สัตวแพทย์แนะนำ

Feline Core Vaccinations (วัคซีนที่สำคัญจำเป็นต้องทำ)

  • วัคซีนชนิดที่ 1 วัคซีนไข้หัด หวัดติดต่อแมว ฉีดครั้งแรกที่อายุ 2 เดือน (ฉีดวัคซีนเข้าใต้ผิวหนัง) จากนั้นอีกประมาณ 3 อาทิตย์ กระตุ้นซ้ำเข็มที่ 2 เมื่อครบแล้วกระตุ้น ปีล่ะ 1 ครั้ง
  • วัคซีนพิษสุนัขบ้า feline rabies vaccine (ฉีดวัคซีนเข้าใต้ผิวหนัง) ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุ 3 เดือน จากนั้นกระตุ้นปีล่ะ 1 ครั้ง

**หมายเหตุ ปกติโดยทั่วๆไปฉีดวัคซีนจะฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหัวไหล่ แต่ที่แนะนำว่าฉีดใต้ผิวหนัง บริเวณขาแต่ละข้างนั้น น่าจะเพื่อแยกและระบุได้ในกรณีที่แพ้วัคซีนจนขนร่วงหรือเป็นก้อนใต้ผิวหนัง จะได้รู้ว่าเกิดจากวัคซีนตัวไหน และอีกจุดประสงค์หนึ่งคือในกรณีที่ฉีดวัคซีนพร้อมกันในวันเดียว การฉีดแยกบริเวณนั้น เพื่อให้ต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงจุดที่ฉีดวัคซีนนั้นแบ่งกันทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกัน

Feline optional วัคซีนทางเลือก (ทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแมวที่จะติดเชื้อ)

  • วัคซีนลิวคีเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว : Feline Leukemia)ฉีดครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน (ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง) จากนั้นอีกประมาณ 3 อาทิตย์ กระตุ้นซ้ำเข็มที่ 2 เมื่อครบแล้วกระตุ้น ปีล่ะ 1 ครั้ง
  • วัคซีน FIP ตอนนี้น่าจะมีแค่บริษัทเดียว คือของบริษัท Pfizer เป็นวัคซีนแบบหยอดจมูกหยอดครั้งแรกเมื่อแมวอายุ 4 เดือนขึ้นไปจากนั้นอีก 3-4 อาทิตย์ หยอดครั้งที่ 2
    เมื่อครบแล้ว หยอดซ้ำ ทุกๆปี
  • FIV หรือ เอดส์แมว ตอนนี้ก็น่าจะมีแค่บริษัทเดียว คือ FORT DODGEเป็นวัคซีนแบบฉีดเข้าใต้ผิวหนังฉีดครั้งแรกได้ เมื่ออายุ 2 เดือน ฉีดครั้งที่สองเมื่ออายุ 3 เดือน ฉีดครั้งที่สามเมื่อายุ 4 เดือน จากนั้นกระตุ้นปีล่ะครั้ง
เจ้าแมวเหมียว
ให้แมวได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

ทั้งนี้ คุณจีจี้ ได้ให้เคล็ดลับการเลี้ยงแมวแบบระบบปิดไว้ว่า “คนเลี้ยงส่วนใหญ่มักชอบจะประหยัดค่าวัคซีน โดยไม่พาไปฉีด เพราะมองว่าแพง เปลืองเงิน แมวจึงเสี่ยงติดเองไม่ต้องป่วยไม่ต้องตาย เจ้าของก็ไม่ลำบากไม่ต้องดูแลแมวป่วยในภายหลัง เพราะหากแมวติดโรค ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงมาก บางคนเลือกที่จะไม่รักษา ปล่อยให้แมวตาย เป็นเหตุผลที่บางคนบอกเลี้ยงแมวระบบปิด แต่ทำไมแมวยังเป็นโรค แมวป่วย ไม่สบาย นั้นก็เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงระบบปิดจริงๆ

ด้าน คุณกีรติ ไชยสร หรือ ไอซ์ เจ้าของเพจ “เขาเรียกผมว่าแมว” ผู้เลือกเลี้ยงแมวด้วยระบบปิด ได้ให้คำแนะนำว่า  สนับสนุนการเลี้ยงแมวระบบปิด เนื่องจากข้อดีคือแมวของเราจะปลอดภัยจากอันตราย ปลอดโรค อยู่ในสายตาของเราตลอดเวลา และแมวกลุ่มนี้จะมีอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวกว่าแมวเลี้ยงแบบปล่อย แมวเมื่อออกไปข้างนอก ก็มักจะกัดกับแมวตัวอื่นเสมอ สาเหตุนี้เองที่เป็นสาเหตุของโรคติดต่อต่างๆ ไม่ว่าจะโรคหัด โรคหวัด ลิวคีเมีย เอดส์แมว เชื้อรา ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถฆ่าชีวิตน้องแมวของเราได้เลย

นอกจากโรคติดต่อในแมวแล้ว ยังมีอันตรายจากมนุษย์  โดนรถชนรถชนได้อีกด้วย ซึ่งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าวันไหนอันตรายจะมาถึง เพราะเขาอยู่นอกเหนือสายตาเราไปแล้ว แต่ผู้เลี้ยงบางคนที่เขาสงสารแมวคิดว่าแมวอาจจะอึดอัด ก็เลือกที่จะเลี้ยงแบบปล่อย ถึงแบบนี้ยังไงก็ไม่คุ้มกันกับความเสี่ยงที่เราต้องพบเจอ

เจ้าแมวเหมียวและคอนโดแมว
เจ้าแมวเหมียวและคอนโดแมว

เลี้ยงแบบแบบระบบปิดบางครั้งก็มีข้อเสีย คือเหมือนเป็นการกีดกั้นไม่ให้เจ้าเหมียวได้ออกไปเล่นนอกบ้าน ได้ออกกำลังกาย ผจญภัย พบเจอเพื่อนฝูง เพราะหากถ้าเขามีเพื่อน เขาก็จะวิ่งเล่นกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่ถ้าเลือกที่จะเลี้ยงแบบระบบปิดจริงๆ แล้วกลัวเขาเหงาเราที่เป็นเจ้าของก็ต้องหมั่นเล่นกับเขาแทน  ดูแลเรื่องโภชนาการ ปริมาณอาหาร เท่านี้ไม่มีปัญหาแล้ว สำหรับคนรักแมว ถ้าอยากให้เขาอยู่กับเราไปนาน ๆ แนะนำให้เลี้ยงระบบปิด เพราะดีกว่าทั้งกับแมวและเจ้าของ  แถมยังลดโอกาสที่น้องเหมียวจะไปสร้างความเดือดร้อนให้บ้านใกล้เรือนเคียงอีกด้วย”  คุณไอซ์ เสริมทิ้งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับคำแนะนำที่เจ้าของฟาร์มเลี้ยงแมว และผู้เลี้ยงแมวด้วยระบบเล่ามา โดยในส่วนตัวนักข่าว “เกษตรโว้ย” ก็เชื่อว่าไม่ว่าเราจะเลือกเลี้ยงแมวด้วยวิธีไหน  สิ่งสำคัญคือการที่เราต้องมอบความรักให้กับเขา ดูแลเอาใส่ใจ ไม่ทอดทิ้ง เพราะเจ้าเหมียวที่เรารับเขามาเลี้ยงเปรียบเหมือนบุคคลสำคัญในครอบครัว หากเลือกที่จะเลี้ยงด้วยระบบปิด เมื่อมีเวลาว่างเราก็ควรพาแมวออกไปเดินเล่นนอกบ้าน เพื่อให้เขาได้มีโอกาสพบเจอโลกภายนอก หรือจะเลี้ยงแบบปล่อยนอกบ้านก็ต้องพาเขาไปฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สัตว์เลี้ยงตัวน้อยได้อยู่กับเราไปนานๆ

ขอบคุณภาพสวยๆ จาก เพจ Neko – Fold Cattery