เปิดเคล็ดลับขยายพันธุ์ปูทะเล(ปูขาว)...หนุนเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ-กิโลละ 500 บาท
เปิดเคล็ดลับขยายพันธุ์ปูทะเล(ปูขาว)

เป็นที่ถูกอกถูกใจของเกษตรกรผู้เลี้ยงปูทะเลอีกครั้ง เมื่อกรมประมงได้ “ยาดี” ออกมาเปิดเผยสูตรอาหารพ่อแม่พันธุ์ “ปูขาว” สูตรที่จะทำให้พ่อแม่พันธุ์มีคุณภาพและขยายพันธุ์ได้เยอะๆ เพราะว่าก่อนหน้านี้มีปัญหาขาดแคลน ไม่ทันความต้องการ

ชนิดของปูทะเลน่านน้ำไทย

จะว่าไปแล้ว “ปูทะเล” นับเป็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากประชาชนให้ความนิยมในการบริโภค เพราะมีรสชาติที่อร่อย อีกทั้งยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง  โดยปูทะเลในสกุล Scylla ที่พบในน่านน้ำไทยมี 4 ชนิด คือ ปูดำหรือปูแดง (Scylla olivacea) ปูเขียวหรือปูทองโหลง (Scylla serrata) ปูม่วง (Scylla tranquebarica) และ ปูขาวหรือปูทองหลาง (Scylla paramamosain) แต่ปัจจุบันพบว่าปริมาณปูทะเลในธรรมชาติมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางการเพิ่มปริมาณปูทะเลให้มากขึ้น และสนับสนุนให้มีการเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์เพื่อลดการจับจากธรรมชาติ

ปูไข่นอกกระดองแบบนี้
ปูไข่นอกกระดองแบบนี้

เพาะขยายพันธุ์ปูขาวสำเร็จ

ล่าสุดนี้ นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง ได้ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนว่า กรมประมงมีนโยบายที่จะเร่งศึกษาค้นคว้าวิจัยในการผลิตลูกพันธุ์ปูทะเล เพื่อเพิ่มปริมาณในธรรมชาติ ให้เกิดความสมดุลของระบบนิเวศ พร้อมส่งเสริมการเพาะเลี้ยงเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่ง “ปูขาว” หรือ “ปูทองหลาง” เป็นปูทะเลอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่กรมประมงกำลังผลักดันให้มีการศึกษา วิจัย การเพาะขยายพันธุ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง ได้มีการศึกษา วิจัยเกี่ยวกับปูชนิดนี้มาอย่างต่อเนื่อง และได้ส่งเสริมการเพาะเลี้ยงให้กับเกษตรกรได้มีความรู้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอาชีพ เช่น การเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรปูทะเล เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของเกษตรกรและนักศึกษาในด้านเทคนิคการเพาะเลี้ยงปูทะเลให้มีอัตราการรอดสูง เป็นต้น

“การพัฒนาเทคนิคในการอนุบาลลูกพันธุ์ปูขาวและการเพาะเลี้ยงปูขาวให้มีอัตราการเจริญเติบโตและรอดตายสูงนั้น ถือเป็นภารกิจหลักของกรมประมงในการเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำ อีกทั้งยังเป็นการเร่งผลักดันปูขาวให้เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจในอนาคต แต่ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่านให้ช่วยดูแลรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำและนำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรสัตว์น้ำและอาชีพประมง อธิบดีกรมประมง กล่าว

ไข่ปูที่ใกล้ออกเป็นตัว
ไข่ปูที่ใกล้ออกเป็นตัว

เปิดสูตรอาหารพ่อแม่พันธุ์ปูขาว

ทางด้านผู้รับผิดชอบดูแลในพื้นที่ นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง เปิดเผยว่า ปูขาวหรือ ปูทองหลาง (Scylla paramamosain) มีความเหมาะสมกับการเลี้ยงในบ่อดิน มีการเจริญเติบโตเร็ว ขนาดตัวใหญ่ ส่วนในด้านการผลิตลูกพันธุ์ปูขาวให้ได้ปริมาณมากนั้น ซึ่งปัจจุบันขาดแคลนไม่พอเพียงความต้องการ ต้องใช้แม่พันธุ์ปูไข่นอกกระดองที่มีคุณภาพ ซึ่งโดยธรรมชาติการผสมพันธุ์ของปูเกิดขึ้นหลังจากตัวเมียลอกคราบใหม่ๆ ตัวผู้จะเข้าผสมพันธุ์และปล่อยถุงน้ำเชื้อ (Spermatophorn) ไปเก็บไว้ใน Receptacle ของปูตัวเมีย เมื่อไข่พัฒนาเต็มที่ ตัวเมียจะปล่อยไข่ออกมาผสมกับน้ำเชื้อ แล้วนำไข่มาเก็บบริเวณจับปิ้ง เรียกว่า “ปูไข่นอกกระดอง” โดยไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิจะพัฒนาเป็นตัวอ่อนและฟักเป็นลูกปูระยะซูเอี้ย แม่ปู 1 แม่ สามารถให้ไข่ได้ 1-3 ล้านฟอง แต่การฟักออกเป็นตัว ขึ้นกับการผสมพันธุ์และคุณภาพน้ำเชื้อ ส่วนอัตรารอด 7-14 % ซึ่งปริมาณความแข็งแรงของลูกปูแรกฟักขึ้นอยู่กับอายุ ความสมบูรณ์แข็งแรง ขนาดของพ่อแม่พันธุ์ สภาพแวดล้อม และที่สำคัญคืออาหารที่พ่อแม่พันธุ์ได้รับ การจัดการอาหารสำหรับพ่อแม่พันธุ์ปู นับเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อยไปกว่าการจัดการด้านสภาพแวดล้อม และเทคนิคการเพาะขยายพันธุ์

“ทางศูนย์ฯ ได้ศึกษา ค้นคว้า สูตรอาหารสำหรับนำมาเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปูขาว เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์เพศ พบว่า พ่อแม่พันธุ์ปูขาวที่เลี้ยงด้วยอาหารทดลอง ที่มีส่วนผสมของอาหารสด 60 เปอร์เซ็นต์ คือ หอยแครง 7.5 เปอร์เซ็นต์ เพียงทราย 30 เปอร์เซ็นต์ หมึก 7.5 เปอร์เซ็นต์ และเนื้อกุ้ง 15 เปอร์เซ็นต์ ผสมกับ 40 เปอร์เซ็นต์ ของส่วนผสมอื่นที่ประกอบด้วย อาหารผงสำเร็จรูป 36 เปอร์เซ็นต์ สไปรูลิน่า 2 เปอร์เซ็นต์ วิตามินซี 1 เปอร์เซ็นต์ และน้ำมันปลา 1 เปอร์เซ็นต์ ช่วยให้พ่อแม่พันธุ์ปูขาวมีความสมบูรณ์เพศ โดยพบว่า แม่พันธุ์และพ่อพันธุ์ปูขาวที่เลี้ยงด้วยอาหารสูตรดังกล่าว มีการปล่อยไข่ออกนอกกระดองมากขึ้น ดัชนีความสมบูรณ์เพศ และคุณภาพของน้ำเชื้อสูงขึ้น เนื่องจากอาหารสูตรดังกล่าว มีองค์ประกอบของกรดไขมัน (ARA, EPA, DHA) และโปรตีนในปริมาณมาก ช่วยให้แม่พันธุ์ปูขาวนำไปใช้ในการพัฒนาไข่ให้สมบูรณ์ ที่สำคัญคือมีฮอร์โมนหลายชนิดจากเพรียงทราย และหมึก ช่วยกระตุ้นการเจริญของรังไข่ พัฒนาเซลล์ไข่ให้กลายเป็นไข่แก่พร้อมปล่อยไข่ออกนอกกระดอง ช่วยให้พ่อพันธุ์ปูขาวมีน้ำเชื้อสมบูรณ์ คุณภาพดี นอกจากนี้ยังมีสารสีจากเนื้อกุ้ง ช่วยลดความผิดปกติและป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์สเปิร์มอีกด้วย” ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง กล่าว

บ่อพ่อแม่พันธุ์
บ่อพ่อแม่พันธุ์

เกษตรกรเลี้ยงเป็นอาชีพได้

ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง กล่าวอีกว่า ปัจจุบันปูขาว เริ่มมีการเลี้ยงในฟาร์มของเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ฯลฯ ใช้เวลาเลี้ยง 4-6 เดือน จึงจะจับขายได้ ขนาด 2-4 ตัว/กิโลกรัม

“หลังจากเลี้ยง 4 เดือน เกษตรกรเริ่มจับปูไข่ ขายก่อน จับเฉพาะที่มีไข่ในกระดอง เพราะราคาสูงมาก ส่วนตัวที่ไม่มีไข่ก็ปล่อยลงเลี้ยงต่อ รอจับรอบต่อไป ซึ่งปูก็มีขนาดใหญ่ขึ้น หลังจากจับปูตัวเมียที่มีไข่หมด จึงจะเปิดน้ำจับตัวผู้ ซึ่งถึงตอนนั้นก็จะขาย เป็นปูเนื้อ แต่เป็นปูที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ได้ ราคาสูง โดยจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 500 บาท (ถ้าเป็นปูที่มีไข่) ส่วนถ้าไม่มีไข่ราคาก็ลดหลั่นลงมาตามขนาด”

โดยการเลี้ยงของเกษตรกรในปัจจุบันนี้ ได้นำลูกพันธุ์ปูขาวมาจากธรรมชาติ แต่ประสบปัญหาในเรื่องลูกพันธุ์ขาดแคลนอย่างที่กล่าวแล้ว และเริ่มมีฟาร์มเลี้ยงของเกษตรกรบางแห่งที่มาติดต่อเอาลูกพันธุ์จากศูนย์ฯไปเลี้ยง

บ่ออนุบาลลูกปู
บ่ออนุบาลลูกปู

จากการสืบทราบของ “เกษตรโว้ย(VOICE)” พบว่าปูทะเล(ปูขาว)เป็นที่นิยมของผู้บริโภคมาก จึงทำให้ปูขาวในประเทศไทยขาดแคลนและมีการนำเข้าปูขาวมาจากประเทศเวียดนาม ดังเช่นผู้ขายรายหนึ่งที่ชื่อ “ทองหลาง ปูทะเล – Thonglarng Crab” ได้เปิดเพจเฟสบุ๊คขายปูขาวหรือปูทองหลาง “มาแล้วครับ วันเว้นวันเลยทีเดียว ปูทะเลสดๆ ก้ามโตๆ เนื้อแน่นหวานอร่อย ขนาด 5-6-7 ขีด ส่งตรงจากเวียดนาม รับจาก Airport ก็ต้องรีบจับมาแช่น้ำก่อน เพื่อให้ปูแข็งแรง แล้วค่อยคัดแยกส่งให้ลูกค้าต่อไป

สิ่งที่น่าสนใจก็คือราคาปูขาว “ปู 5 ขีด กิโลละ 750 บ. ปู 6 ขีด กิโลละ 850 บ. ปู 7 ขีด กิโลละ 1,000 บ. ปูไข่ กิโลละ 1,100 บ. ค่ะ”

สำหรับแนวโน้มตลาดปูทะเล(ปูขาว) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง กล่าวว่า ต่อไปจะยิ่งราคาแพง เพราะในธรรมชาติหายากมาก ส่วนในเวียดนามที่บอกว่ามีทั้งปีนั้น ทราบว่า เอกชนมีเป็น 100 โรงเพาะ ส่วนในไทยไม่มีเกษตรกร ที่ทำการผลิตลูกปูเลย มีเฉพาะกรมประมงเท่านั้น ปัญหาคือการอนุบาลพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งกว่าเราจะวิจัยได้ ต้องทุ่มเทเทคโนโลยีการผลิตปูนานเป็นปีๆ

“ประเด็นสำคัญ พันธุ์ปูขาวในธรรมชาติน้อยมาก ที่ศูนย์ตรัง ต้องเลี้ยงแม่พันธุ์เอง 2-3 รุ่นแล้ว ส่วนในเวียดนาม พันธุ์ปูยังมีมาก โรงเพาะใช้แม่ปูไข่นอกกระดองจากธรรมชาติ ส่วนบ้านเรา ต้องใช้เทคนิคในการทำให้แม่ปูไข่ออกนอกกระดอง เพราะว่าเราไม่ค่อยพบแม่ปูไข่นอกกระดอง

“อนาคตหากเมืองไทยมีสัก 10 โรงเพาะ อนุบาลได้ปีละแสนตัวต่อโรงเพาะ ก็จะได้ลูกปูเป็นล้านตัวต่อปี ถึงเวลานั้นก็จะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ…สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรได้”

ผอ.โกวิทย์ (ปูหนักกิโลกว่า)
ผอ.โกวิทย์ เก้าเอี้ยน “ปูตัวนี้หนักกิโลกว่าครับ” (แต่หายากครับ)

ถามถึงโครงการฝึกอบรมการเลี้ยงปูทะเล(ปูขาว) ทราบว่ายังไม่มี เพราะไม่มีงบประมาณ แต่มีเกษตรกรมาศึกษาดูงาน และเจ้าหน้าที่ก็จะสอน แนะนำ รวมทั้งพาไปดูงาน หากเป็น นักศึกษา ก็จะได้ฝึกปฏิบัติ ทั้งการเลี้ยงแม่พันธุ์ การเพาะ การอนุบาล และการเตรียมแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ เพื่อเป็นอาหาร ในการอนุบาลลูกปู ซึ่งแต่ละระยะ กินอาหาร ไม่เหมือนกัน…

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งตรัง โทร.075-274-077 ส่วนลูกพันธุ์ปูสามารถจองได้ตามเบอร์โทร.ที่ให้ไว้…ราคาลูกพันธุ์ตามที่กรมประมงกำหนด ตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของศูนย์ฯครับ