เกษตรเวียดนาม ทำอะไรอยู่? “ศักดา ศรีนิเวศน์” สรุปผลดูงานให้ฟังชัดๆ
ดูงานการพัฒนาการปลูกไม้ผลเมืองร้อน ของเวียดนาม

สรุปผลการดูงานการพัฒนาการปลูกไม้ผลเมืองร้อน ของเวียดนามภาคใต้ ระหว่างวันที่ 17-20 มกราคม 2561

  1. การผลิตพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี หากเปรียบเทียบปริมาณและคุณภาพของกิ่งพันธุ์ เวียดนามสามารถผลิตได้ในปริมาณที่เรียกว่ามหาศาลจริงๆ เนื่องจากขณะนี้การปลูกไม้ผลกำลังเป็นที่นิยม และรัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริมอย่างเต็มที่ เท่าที่เห็น คือมีการผลิตขยายพันธุ์ โกโก้ อะโกาโด้ และทุเรียนจำนวนมาก โดยต้นที่ทำสต๊อกมีขนาดใหญ่ และสมบูรณ์กว่าบ้านเรามาก เกษตรกรที่ทำพันธุ์ไม้ขาย มีการแข่งขันและกล้าลงทุนมาก เช่นในพืชพวกตระกูลส้ม เขาลงทุนสั่งเมล็ดพันธุ์ส้มจากฝรั่งเศสที่มีความต้านทานโรคแอนแทรคโนส และไวรัส มาเพาะทำต้นสต็อก เพื่อใช้สำหรับติดตาหรือเสียบกิ่งต้นพันธุ์ดี วิธีขยายพันธุ์ไม้ผลที่เกษตรกรเวียดนามนิยมทำมากคือการติดตา เพราะสามารถทำได้ในปริมาณที่มากกว่าวิธีอื่นๆ ดังจะเห็นได้จากเนอสเซอรี่ที่คณะเราไปเยี่ยมชม สามารถผลิตขยายกิ่งพันธุ์ไม้ผลพันธุ์ดี ปีละกว่า 5 ล้านต้น โดยมีคนงานประจำเพียง 20 คน เป็นที่น่าสังเกตว่าตอนนี้ โกโก้ อะโวกาโด้ แม็คคาเดเมีย และทุเรียน กำลังเป็นไม้ผลที่เกษตรเวียดนามนิยมปลูกกันมาก

    เยี่ยมชมการผลิตกิ่งพันธุ์ไม้ผล
    เยี่ยมชมการผลิตกิ่งพันธุ์ไม้ผล

    ทุเรียนเทศเวียดนาม
    ทุเรียนเทศเวียดนาม
  2. การปลูกทุเรียนพันธุ์ดีจากประเทศไทย ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง กำลังเป็นที่นิยมปลูกกันมาก พอๆกับเงาะโรงเรียน คงไม่ต้องสงสัย เวียดนามมีพันธุ์ทุเรียนดังๆ ของไทยปลูกหลายพันธุ์ และปลูกมานานกว่า 25 ปีแล้ว โดยสวนที่คณะเราไปดูงานเกษตรกรเขาใช้เทคโนโลยีเข้ามาดำเนินการในการบริหารจัดการระบบการให้น้ำ ปุ๋ย และการพ่นสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้เขาสามารถลดต้นทุนการผลิต และประหยัดเวลาในการทำงานลงเป็นอันมาก โดยมีต้นทุนการผลิตที่ประมาณ 10 บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น เขารวมกลุ่มการผลิตทุเรียนคุณภาพและสร้างแบรนด์เนม จนได้มาตรฐาน VIET GAP ทำให้สามารถส่งผลผลิตไปขายในห้างใหญ่ๆ ได้ราคาสูงกว่าผลผลิตจากที่อื่น โดยเขาส่งห้างในราคากิโลกรัมละ 85-95 บาทต่อกิโลกรัม และไม่พอขาย ในขณะที่สวนอื่นที่ไม่ได้ VIET GAP ขายได้ในราคาเพียง 65-75 บาทเท่านั้น มีกำไรมากกว่าเกษตรไทยมาก เกษตรกรเวียดนามจะเน้นการบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอกมากกว่าปุ๋ยเคมี โดยใช้ปุ๋ยเคมีเป็นตัวเสริมเท่านั้น โดยเขาเชื่อว่า “ดินดี มีชัยเกินครึ่ง” ในสวนที่เราไปดูเขามีกำไรมาก จึงลงทุนสั่งปุ๋ยอินทรีย์ขี้ไก่อัดเม็ดจากสหรัฐอเมริกามาใช้ เนื่องจากเป็นปุ๋ยที่เขาทำพิเศษปราศจากเชื้อราและแบคทีเรียปนเปื้อน เกษตรกรเวียดนาม เมื่อมีกำไร จะลงทุนในเครื่องมือการเกษตรและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตให้มากขึ้น ขณะที่เกษตรกรไทยส่วนมาก ซื้อรถยนต์คันโก้คันใหม่ ซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ แต่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาอาชีพ คืนกำไรให้แผ่นดินน้อยกว่าที่กอบโกยผลประโยชน์จากแผ่นดิน (ขอย้ำ ไม่ใช่ทุกคน)

    ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
    ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง
  3. การเพาะปลูกแบบแปลงใหญ่ รัฐบาลเวียดนามได้ทำการจัดสรรที่ดินที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตร โดยทำเป็นลักษณะนิคมเกษตร เพื่อให้นักธุรกิจเกษตรเข้ามาเช่า หรือซื้อ โดยมีสัญญา 50 ปี ทำฟาร์มเพื่อปลูกพืชหรือปศุสัตว์ในลักษณะ Mega Farm ด้วยการใช้เครื่องจักร เครื่องมือ และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการ ในลักษณะสมาร์ทฟาร์ม ในขณะที่ประเทศไทยไม่เคยที่จะทำในลักษณะนี้ เห็นคุยกันเรื่องโซนนิ่ง มานานจนคนคิดเกษียณ หรือตายไปหลายคนแล้ว ก็ยังคงนิ่ง เหมือนชื่อ ดังนั้นการผลิตของเวียดนามจึงมีลักษณะและคุณภาพที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน มีการเสียหายของผลผลิตน้อย และมีต้นทุนที่ต่ำมาก เพราะเป็นการบริหารจัดการภายใต้บุคคล หรือองค์กรเดียวเท่านั้น เช่นบริษัทยูนิฟาร์ม ที่คณะของเราเข้าไปดูงาน เขามีพื้นที่เพราะปลูกกล้วยหอมคาเวนดิช รวม 7,000 กว่าไร่ เมล่อนในโรงเรือนกว่า 60ไร่ ส้มโอ กว่า 300 ไร่ ลำไยอีดอ 60 กว่าไร่ แต่ใช้ทีมงานทั้งประจำและชั่วคราวเพียง 500 กว่าคนเท่านั้น ในขณะที่แปลงใหญ่ของประเทศไทย เป็นลักษณะจับปูใส่กระด้ง เอาคนที่สนใจและไม่สนใจมารวมกันทำ เพื่อใช้งบประมาณให้หมดไป หลักๆ ของเกษตรกรไทยคือการรวมตัวเพื่อให้ได้สิทธิพิเศษจากโครงการหรือขอกู้เงิน โอกาสที่จะทำสินค้าให้มีคุณภาพเหมือนกันแทบเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็พัง

    ขั้นตอนการคัด-ล้างกล้วยเพื่อจำหน่ายของเกษตรกรเวียดนาม
    ขั้นตอนการคัด-ล้างกล้วยเพื่อจำหน่ายของเกษตรกรเวียดนาม
  4. สำหรับผลไม้ไทยที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคชาวเวียดนาม และนำเข้าไปจำหน่ายที่ตลาดกลางค้าส่งสินค้าเกษตรตามลำดับ คือ 1. มังคุด 2. มะขามหวาน 3. มะม่วงเขียวเสวย 4. ลองกอง 5. ทุเรียน การที่เขานำเข้าทุเรียนน้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่น เป็นเพราะเขาสามารถเพาะปลูกเองได้มากและส่งออกไปขายจีน แถมบางครั้งยังส่งมาขายที่ไทยด้วย หลายท่านคงได้กินทุเรียนหมอนทองจากเวียดนามแล้วโดยไม่รู้ตัว

    ต้นมะเฟืองในสวนของเกษตรกรเวียดนาม
    แม็คคาเดเมียในสวนของเกษตรกรเวียดนาม

หวังว่าข้อมูลที่นำมาเสนอคงมีประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอประชาสัมพันธ์ ทริปหน้า ดูงานไม้ผล และล้งส่งออกผลไม้เวียดนาม 15-18 มีนาคม และ ดูงานสวนมะพร้าวน้ำหอม และโรงงานแปรรูปน้ำมะพร้าวบรรจุกระป๋องที่ทันสมัยที่สุดในเวียดนาม (โรงงานอนุญาตให้เข้าชมครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น) 25-28 มีนาคม รับจำกัดจริงๆ เนื่องจากเป็นของกรุ๊ปที่จัดแล้ว เพียงต้องการสมาชิกเสริมเพิ่ม เพื่อให้ได้จำนวนตามที่นั่งของรถยนต์ที่ใช้ดูงาน (ติดต่อได้ที่เฟสบุ๊ค ศักดา ศรีนิเวศน์)

ทริปต่อไป....
ทริปต่อไป….

หมายเหตุ-เกษตรก้าวไกล : ขอขอบคุณข้อมูลจาก อ.ศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการเกษตรอิสระ ผู้ศึกษาเกษตรเวียดนามมาอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามข้อเขียนเป็นประจำได้จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน