กล้วยหอมคาเวนดิช “สะท้านหนาว” (เกิดเส้นใยสีดำ) จะแก้ไขอย่างไรดี?
ปัญหาจากสภาพภูมิอากาศ ได้ส่งผลกระทบกับกล้วยหอมคาเวนดิช...นี่คืออีกบทเรียนที่ต้องทำความเข้าใจ

ตามที่ “เกษตรโว้ย(VOICE)” ได้นำเสนอข่าว “หนาวนี้…ห่มผ้าให้กล้วย เกษตรกรลาวทำเท่ ห่มผ้านวมกันเลยทีเดียว”  https://www.kasetvoice.com/post/3405 ฟังดูอาจเป็นเรื่องตลก แต่ในความเป็นจริงปัญหานี้ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยแล้ว

กล่าวคือ กล้วยหอมคาเวนดิชที่ปลูกกันเวลานี้ ทนอากาศหนาวไม่ไหว ทำให้เกิดเส้นใยสีดำ เมื่อลอกเปลือกกล้วยที่ยังเขียวๆจะเห็นชัดเจน ว่ามีเส้นใยสีดำเกิดขึ้น คนจีนเรียกว่าเกิด “โซ่หาง” หากสังเกตจากภายนอกกล้วยจะมีสีด้านๆไม่สดใสเหมือนปกติ และเมื่อกล้วยสุกก็จะมีสีเหลืองคล้ำๆ แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

ผลก็คือกล้วยที่เกิด “โซ่หาง” ผู้รับซื้อคนจีนไม่รับซื้อ นี่คือปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นแล้ว เมื่อคนจีนไม่รับซื้อ ก็ส่งผลกระทบต่อผู้รับซื้อคนไทยและเกษตรกรไทย เป็นผลกระทบที่ตกมาเป็นทอดๆ

“วันนี้ปัญหากล้วยโซ่หางได้เกิดขึ้น อย่างมากมาย ในเขตพื้นที่ทั่วภาคอีสาน และภาคเหนือ (จากเดิมเมื่อต้นเดือนมกราคมพบในวงแคบๆไม่กี่สวน) ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาช่วยยังไงดี ดังนั้นท่านใดที่รู้จักพ่อค้าแม่ค้า ที่จะเอากล้วยไปขายในตรุษจีนนี้ รบกวนช่วยแนะนำให้มารับซื้อ หรือมาช่วยเหลือเกษตรกร ที่เจอปัญหากล้วยเส้นใยดำหรือโซ่หางด้วยครับ”

“ตอนนี้ทางทีมงานเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกำลังประสานงานกับผู้รับซื้อกล้วยในหลายๆจุดเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือกับพี่น้องเกษตรกรไทย แต่ต้องยอมรับว่านี่คือความไม่รู้ของพวกเราจริงๆความไม่รู้อย่างถ่องแท้ของผู้ส่งเสริมตั้งแต่ต้นของปัญหาอย่างแท้จริงเราไม่โทษใคร เกษตรกรที่ปลูกไปแล้วเราก็ขอให้กำลังใจเรากำลังพยายามช่วยเหลือกำลังประสานงานไปที่ต่างๆอยู่นะครับ” คือคำประกาศในเชิงปรับทุกข์แบบเล่าสู่กันฟังของคุณพันธนวุฒิ ถิ่นคำแบ่ง หรือ “เฮียอ้วน” ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้รับซื้อกล้วยหอมคาเวนดิชรายหนึ่งได้โพสต์ในกลุ่มไลน์ผู้ปลูกกล้วยเมื่อเร็วๆนี้

ลักษณะกล้วยที่เกิดอาการสะท้านหนาว
ลักษณะกล้วยที่เกิดอาการสะท้านหนาว
ดูกันชัดๆ...ผลเสียที่เกิดขึ้น
ดูกันชัดๆ…ผลเสียที่เกิดขึ้น
ลักษณะกล้วยที่สุกแล้ว
ลักษณะกล้วยที่สุกแล้ว

เส้นใยสีดำ คืออะไร? เกิดขึ้นได้อย่างไร?

“เกษตรโว้ย(VOICE)” ได้นำปัญหานี้ นำรูปที่โพสต์กันในกลุ่มไลน์ไปให้ ศ.ดร. จริงแท้ ศิริพานิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ศูนย์นวัตกรรมเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร กำแพงแสน, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พินิจพิจารณาดู…พอเห็นปุ๊บนักวิชาการท่านนี้บอกทันทีว่ากล้วยโดนความเย็นมา…ภาษาวิชาการเรียกว่า “อาการสะท้านหนาว (Chilling injury)” (การบาดเจ็บที่หนาวฉ่ำ) มักเกิดกับผลไม้เขตร้อนที่ได้รับอากาศหนาวเข้ามากระทบ “เมื่อใดที่อุณหภูมิ 13-15 องศา มักจะเกิดอาการนี้” “ทางแก้ก็ต้องป้องกันความหนาว อย่าให้มันหนาว…” ศ.ดร.จริงแท้ ตอบสั้นๆและบอกว่าให้ไปค้นผลงานวิชาการดู…

เกี่ยวกับอาการสะท้านหนาว (Chilling injury) ทาง ผศ.ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.นิธิยา รัตนาปนนท์ ได้เขียนไว้ใน Food Network Solution ศูนย์เครือข่ายข้อมูลอาหารครบวงจร ความว่า อาการสะท้านหนาว (chilling injury) หมายถึงอาการผิดปกติของผักและผลไม้ เนื่องจากการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำ แต่สูงกว่าจุดเยือกแข็ง (freezing point) ของผักและผลไม้ชนิดนั้น อาการผิดปกติที่ทำให้เกิดความเสียหายมีหลายลักษณะ เช่น เกิดรอยแผล ฉ่ำน้ำ เปลือกหรือเนื้อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือสีดำ ผักและผลไม้แต่ละชนิดจะเกิดอาการสะท้านหนาวที่อุณหภูมิแตกต่างกัน มักเกิดกับผักและผลไม้เขตร้อน (tropical fruit) และ subtropical fruit

ผลของ chilling injury จะเกิดอาการดังนี้การเปลี่ยนสี (discoloration) การเปลี่ยนสีที่ผิวนอก และเนื้อในของผัก ผลไม้ มักพบสีน้ำตาล หรือดำ…เกิดรอยบุ๋ม (pitting) เกิดแผลเป็นรอยบุ๋มลึกลงไปในผิวเนื้อเยื่อของพืช มักเกิดในภาวะที่ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำ…การสุกผิดปกติ (abnormal ripening) ของผลไม้…การสุก ไม่สม่ำเสมอ มีรสชาติผิดปกติ (off-flavour)…การเน่าเสียจากจุลินทรีย์ (microbial spoilage) เกิดการเน่าเสียจากจุลินทรีย์ แบคทีเรีย ยีสต์ และรา ได้ง่ายขึ้น เพราะเนื้อเยื่อนิ่มลง มีบาดแผล

ในเรื่อง อาการสะท้านหนาว chilling injury ยังมีผลงานการวิจัยเรื่อง ผลของอุณหภูมิสูงต่ออาการสะท้านหนาวในผลมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน โดย วรางคณา คทาวัชรกุล วิทยานิพนธ์ (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. 2543. 95 หน้า. 2543 ซึ่งสามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ (ในที่นี้ไม่ขอนำมากล่าว ผู้สนใจไปค้นหาได้)

โดยสรุป ผลของกล้วยหอมคาเวนดิชที่เกิดอาการสะท้านหนาว นอกจากจะทำให้สีไม่สวย ยังทำให้รสชาติไม่อร่อยเท่าที่ควร และเน่าเสียได้ง่าย…

การห่อหุ้มด้วยวัสดุหลายชั้น จะช่วยให้กล้วยหายหนาวได้ (ภาพสวนกล้วยประเทศลาว)
การห่อหุ้มด้วยวัสดุหลายชั้น จะช่วยให้กล้วยหายหนาวได้ (ภาพสวนกล้วยประเทศลาว)

แก้ไขอาการสะท้านหนาว อย่างไรดี?

คุณจาง ถัง ไท่ นักธุรกิจเกษตรชาวไต้หวัน ผู้ลงทุนปลูกกล้วยหอมคาเวชดิชที่จังหวัดสุพรรณบุรี และมีประสบการณ์ปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชที่ประเทศไต้หวัน และจีน บอกว่าเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหาอาการสะท้านหนาว สามารถทำได้แล้ว นั่นก็คือ “ต้องใช้ผ้าหรือวัสดุอุปกรณ์ที่สร้างความอบอุ่นให้กับกล้วย ที่นิยมคือการห่มผ้าห่มพลาสติกหรือห่มโฟมแต่ต้องใช้ถึง 4 ชั้น ถึงจะเอาอยู่ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่ค่อยคุ้มกับการลงทุนเท่าไร” เพราะฉะนั้นทางแก้ก็คือเลี่ยงที่จะให้ผลผลิตออกมาช่วงที่มีอากาศหนาวมากๆ (รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านได้ที่ https://www.kasetvoice.com/post/3870)

สอดคล้องกับ “เฮียอ้วน” ที่บอกว่าได้ไปดูงานปลูกกล้วยหอมคาเวนดิชที่ลาว สังเกตเห็นเกษตรกรเอาผ้ามาห่มให้กล้วยและห่อหุ้มเครือกล้วยหลายชั้น แต่ก็ไม่คิดว่าว่าปัญหาสภาพอากาศนี้จะเกิดกับที่ประเทศไทยด้วย

“โซ่หางได้ทำลายความรู้สึกของเกษตรกรไทยทำให้สิ่งที่คาดหวังหดหายไปอย่างเฉียบพลัน ดังนั้นสิ่งที่ต้องแก้ไขก็คือมีการรองหวีด้วยโฟมใส่ถุงดันทรงและต้องมีโฟมเป็นถุงกันหนาวอีก 1 ชั้น หรือมีถุงกระดาษอีก 1 ชั้นแล้วห่อด้วยถุงพลาสติกสีฟ้า เวลาหนาวจัดต้องมัดปากถุงอีกขั้นตอนหนึ่ง และอีกวิธีการหนึ่งก็คือให้ปลูกในเดือนมิถุนายนหรือเดือนกรกฎาคมเพื่อป้องกันการออกผลผลิตในช่วงเดือนธันวาคมไปถึงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อหนีหนาว”

“นอกจากนี้ จะต้องให้น้ำกล้วยทุกวันได้ยิ่งดี เพื่อสร้างความอบอุ่นแก่กล้วย และฉีดพ่นแคลเซียมโบรอนทางใบในระหว่างที่มีอากาศหนาวจะช่วยได้อีกทางหนึ่งครับ” เฮียอ้วน กล่าว

ทั้งหมดนี้คือปัญหาของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นกับกล้วยหอมคาเวนดิช ซึ่งจะต้องมีการศึกษาเรียนรู้กันอีกพอสมควร แต่ก็เชื่อว่าเกษตรกรไทยแก้ไขได้ ปัญหาเดียวที่แก้ยากสำหรับเกษตรกรไทยในทุกยุคทุกสมัย นั่นก็คือเรื่องการตลาด ทำอย่างไรให้ตลาดเกิดความยั่งยืน ไม่แข่งขันกันปลูกจนล้นตลาดเหมือนที่ผ่านมานะครับ

เกษตรกรจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด
เกษตรกรจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

หมายเหตุ : ท่านที่ต้องศึกษาเรียนรู้เรื่องการปลูกกล้วยคาเวนดิช จะมีการเปิดห้องเรียนกลางสวนที่สุพรรณบุรี 18 กุมภาพันธ์ 2561 รายละเอียดอ่านได้ที่  https://www.kasetvoice.com/post/3799