อ.พัชนี ตุษยะเดช
อ.พัชนี ตุษยะเดช เจ้าของสายพันธุ์กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องยักษ์ ไร่พัชชา ต.หนองปรือ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

หลายคนเกิดมาตอนเป็นทารก คงเคยได้ทานกล้วยน้ำว้าบดฟรีมือคุณพ่อคุณแม่กันมาบ้าง พอโตมาหน่อยก็ได้กินกล้วยบวชชี กล้วยเชื่อม กล้วยตาก กล้วยฉาบ กล้วยทอด กล้วยอบน้ำผึ้ง และอีกสารพัดเมนูจากกล้วย แต่รู้หรือไม่ ทุกเมนูกล้วยที่เราได้ลิ้มลองตั้งแต่เต็กจนโตส่วนใหญ่มาจากกล้วยชนิดเดียวกัน นั้นคือ “กล้วยน้ำว้า” 

กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องกลายพันธุ์
กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องกลายพันธุ์

ปัจจุบันกล้วยน้ำว้า เป็นอีกหนึ่งพืชเศรษฐกิจขึ้นชื่อของประเทศไทยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรด้วยเหตุผลที่เป็นพืชปลูกง่าย ผลตอบแทนดี แต่กล้วยน้ำว้าที่กำลังเป็นกระแสนิยมในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น “กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องกลายพันธุ์” หรือ “กล้วยน้ำว้ายักษ์” จากไร่พัชชา ของคุณพัชนี ตุษยะเดช ที่มีความใหญ่ยักษ์ด้วยขนาดของกล้วย 1 หวี มีน้ำหนักถึง 4 – 5 กิโลกรัม แบ่งเฉลี่ย 1 ผล มีขนาดความยาว 6 นิ้ว ขนาดรอบผล 7 – 8 นิ้ว น้ำหนักผลละ 3 – 4 ขีด ทั้งยังมีรสชาติหวานหอมกว่ากล้วยมะลิอ่องทั่วไป เนื้อฟูนุ่ม เหมาะสำหรับนำไปดัดแปลงเป็นเมนูของหวาน เช่น กล้วยเชื่อม กล้วยบวชชี หรือจะนำกล้วยน้ำว้ายักษ์ไปใช้ไหว้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ก็ได้ทั้งนั้น

อ.พัชนี ตุษยะเดช
อ.พัชนี ตุษยะเดช โชว์กล้วยยักษ์ ในสวนกล้วยไร่พัชชา

ความเป็นมาของ “กล้วยน้ำว้ายักษ์ ไร่พัชชา”

คุณพัชนี ตุษยะเดช 1 ใน 10 โหรหญิงดูลายมือชื่อดังของเมืองไทย และเจ้าของสายพันธุ์กล้วยน้ำว้ามะลิอ่องยักษ์ ไร่พัชชา ต.หนองปรือ อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เล่าว่า เมื่อ 5 – 6 ที่ผ่านมา มีเพื่อนที่มาเรียนคอร์สสอนดูลายมือ สนใจอยากปลูกกล้วยน้ำว้ามะลิอ่อง จึงได้ไปพบสวนกล้วยน้ำว้าที่จังหวัดนนทบุรี และได้ซื้อหน่อพันธุ์กล้วยจากที่นั้นจำนวน 300 ต้น ไปให้เพื่อนปลูกที่ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี  เมื่อต้นกล้วยโตขึ้นสังเกตมีอยู่หนึ่งต้น ที่มีขนาดเป็นต้นกล้วยใหญ่ยักษ์ผิดแปลกไปจากต้นอื่น ๆ มิหนำซ้ำยังออกผลมาก็ลูกใหญ่ไม่แพ้กัน พอลองตัดลูกลงมาชิมปรากฎว่ามีรสชาติไม่ต่างจากมะลิอ่องทั่วไป แต่พิเศษกว่าคือ รสหวานจัด เนื้อฟูนุ่ม เหนียวหนึบ  และที่สำคัญคือไม่มีเมล็ดเหมือนกล้วยป่า 

กล้วย 1 เครือ มีน้ำหนักกว่า 40 – 50 กิโลกรัม

“จากนั้นจึงได้ไปปรึกษากับนักวิชาการเพื่อที่จะเพาะเนื้อเยื่อ โดยการนำหน่อจากต้นกล้วยยักษ์ไปปลูกเพิ่ม เป็นจำนวน 30 ต้น และเมื่อนำไปเพาะพันธุ์เนื้อเยื่อสำเร็จ จึงได้นำกลับไปปลูกขยายพันธุ์ที่ไร่พัชชา จังหวัดราชบุรี ปัจจุบันจนทะเบียนไว้ในชื่อ “กล้วยน้ำว้ายักษ์ ไร่พัชชา” และยังสามารถเพาะเนื้อเยื่อส่งขายหน่อกล้วย ในราคาหน่อละ 100 บาท แบ่งขายเครือกล้วย ราคากิโลละ 10 บาท ขายหนึ่งเครือเป็นเงินประมาณ 400 – 500 บาท ขายเป็นหวี ราคา 30 – 80 บาท ตามขนาดไซต์กล้วย” อ.พัชนี กล่าวเสริม

กล้วย 1 หวี มีน้ำหนักถึง 4 – 5 กิโลกรัม

เทคนิคการปลูกกล้วยน้ำว้ายักษ์ “พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 100 ต้น”

คุณพัชนี ตุษยะเดช เผยว่า “เทคนิคการกล้วยน้ำว้ายักษ์นั้นไม่ยากเลย ปลูกได้ง่ายเหมือนกล้วยน้ำว้าทั่วไป แต่พื้นที่ปลูกต้องเป็นดินร่วนปนทราย หรือ ดินดำน้ำชุ่ม  เริ่มจากแบ่งปลูก 4×4 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถปลูกได้ 100 ต้น ขุดหลุมความลึกความกว้าง 70 เซนติเมตร จากนั้นใช้โดโลไมน์รองหลุม 2 กำมือ เพื่อปรับสภาพดิน ที่ขาดไม่ได้อีกอย่างเลยคือโรยยากันหนอนกอ เมื่อเสร็จแล้วจึงนำหน่อกล้วยลงปลูก หลังจากผ่านไป 1 เดือน ให้ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15 – 15 – 15 แบบนี้เป็นประจำทุกเดือน และใส่ขี้หมู ทุก ๆ 3 เดือน ต่อครั้ง ส่วนการให้น้ำพื้นที่ดินดำน้ำชุ่มรดเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หากเป็นพื้นที่ดินร่วนปนทรายให้น้ำ 3 วัน ต่อครั้ง สุดท้ายกล้วยน้ำว้ายักษ์จะใช้เวลาโตเต็มที่นานกว่ากล้วยทั่วไป 4 เดือน รวมเวลาแล้วก็ 16 เดือน พร้อมส่งเครือออกขาย”

เมื่อกล้วยโตต้องใช้ “ไม้ค้ำ” พยุงต้นกล้วยไม่ให้ล้ม

สุดท้ายนี้ อ.พัชนี ฝากเตือนผู้คิดจะปลูกกล้วยน้ำว้ายักษ์ไว้ว่า กล้วยชนิดนี้มีลำต้นที่สูงใหญ่กว่ากล้วยมะลิอ่องทั่วไป ฉะนั้นต้องใช้ “ไม้ค้ำ” เพื่อไม่ให้ต้นล้มลง และเมื่อครบเวลา 16 เดือน กล้วยพร้อมตัดเครือ โปรดไปช่วยกันตัดหลาย ๆ คน มิเช่นนั้นจะยกมากันไม่ไหว เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน !!

อ.พัชนี และหน่อกล้วยน้ำหว้ายักษ์พร้อมขาย

สนใจติดต่อ อ.พัชนี ตุษยะเดช โทร 086 – 128- 8000 หรือ 086 – 125 – 5000