ศรแดง-สอนเกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ขาย..เริ่มจาก “ผักขี้หูด” กิโลละ 400 บาท (มีคลิป)
เกษตรกรผู้ปลูกผักขี้หูดยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเมล็ดพันธุ์ขายได้กิโลกร้มละ 400 บาท

อีสท์เวสท์ซีด ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตราศรแดง นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมศูนย์ภูฟ้าพัฒนา..ส่งเสริมเกษตรปลูกผักกินเอง และทำเมล็ดพันธุ์พืชพื้นบ้านขาย เริ่มต้นจากผักขี้หูด รับซื้อกิโลกรัมละ 400 บาท

คุณอิสระ วงศ์อินทร์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้การส่งเสริมเกษตรกรปลูกผักขี้หูด เล่าให้ฟังว่าบริษัทเริ่มต้นจากการทำโครงการ CSR ในปี 2552 โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักเพื่อการบริโภค ที่ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เพื่อให้ชาวบ้านสามารถปลูกผักเพื่อรับประทานเป็นการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง

ต่อมาในปี 2554 บริษัทฯ ได้ทำการจัดตั้งมูลนิธิเมล็ดพันธุ์คุณภาพเพื่อการแบ่งปัน วัตถุประสงค์เพื่อจัดหาและส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผัก ให้กับผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ และมูลนิธิได้ร่วมกับทางโครงการส่งเสริมอาชีพภูฟ้า ตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการส่งเสริมการปลูกผักเพื่อการบริโภคในครัวเรือน รวมถึงการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักเพื่อใช้เองในฤดูถัดไปหรือจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้ จากการเริ่มโครงการในปี 2555 มีจำนวนเกษตรกรที่เข้าร่วม 8 ครัวเรือน ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมเพิ่มเป็น 132 ครัวเรือน โดยพืชที่ส่งเสริมให้ปลูกเพื่อบริโภคและจำหน่ายเมล็ด ได้แก่ บวบหอมพันธุ์พื้นเมือง แฟงเขียวพันธุ์พื้นเมือง ผักกวางตุ้ง ผักกาดหอม ผักขี้หูด ถั่วพู เป็นต้น โดยเกษตรกรมีรายได้รวมในการจำหน่ายเฉพาะเมล็ดพันธุ์ในปี 2560  จำนวน 579,135 บาท

นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาแนะนำให้เกษตรกรนำวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตร นั้นคือ ใยบวบ โดยให้มีกรรมวิธีการผลิตที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมและไม่ใช้สารเคมี ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความสะอาดและปลอดภัยต่อผู้ใช้ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งกลุ่มใยบวบภูฟ้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ภูฟ้าพัฒนาและมูลนิธิเมล็ดพันธุ์คุณภาพเพื่อการแบ่งปัน โดยมีสมาชิก จำนวน 22 ราย และราคาใยบวบจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งเกษตรกรสามารถผลิตใยบวบได้มากกว่า 120 กิโลกรัมต่อปี ถือเป็นอีกช่องทางรายได้และสามารถจูงใจในการลดการทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอยได้

“ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของมูลนิธิเมล็ดพันธุ์คุณภาพเพื่อการแบ่งปันร่วมกับศูนย์ภูฟ้าพัฒนา มูลนิธิฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรในพื้นที่ภูฟ้า และยังขยายส่งต่อยังพื้นที่ต่างๆ ด้วยปณิธานในการช่วยเหลือให้ความรู้เกษตรกร เพราะมูลนิธิฯ เชื่อเสมอว่าเมล็ดพันธุ์ที่ดีสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้นับล้าน” คุณอิสระ กล่าว

นางชื่น ดวงพันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกผักขี้หูดขายเมล็ดพันธุ์
คุณชื่น ดวงพันธ์ เกษตรกรผู้ปลูกผักขี้หูดขายเมล็ดพันธุ์

เกษตรกรปลูกผักขี้หูด

คุณชื่น ดวงพันธ์ อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 1 ตำบลภูฟ้า อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพทำนาเป็นหลัก และปลูกผักเป็นอาชีพเสริม ซึ่งในการปลูกผักก็จะหมุนเวียนไปตามการส่งเสริม โดยในปีนี้นั้นได้ปลูกผักขี้หูดจำนวนพื้นที่ประมาณ 2 งาน คือหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวก็จะตัดตอซัง และปลูกผักขี้หูด

“ผักขี้หูดปลูกง่ายมาก เพียงแค่ทำหลุมเล็กๆหยอดเมล็ดลงไป และใส่ขี้หมู 1 กำมือ…แทบไม่ต้องดูแลอะไรเลย รดน้ำแค่ครั้งเดียว เพราะว่าฝนมันตกอยู่ตลอด อาจจะมีวัชพืชบ้าง ส่วนแมลงนั้นไม่กล้าเข้ามา เพราะใบมันฉุน”

“หากว่ามีการส่งเสริมแบบนี้เยอะๆก็ดี เพราะคิดว่ามีรายได้ดีกว่าทำนา อย่างเช่นผักขี้หูดแปลงนี้ คิดว่าน่าจะเก็บผลผลิตเป็นเมล็ดได้ 30-40 กิโลกรัม หากขายก็ได้เงินอยู่ เพราะต้นทุนต่ำมาก ต้องขอขอบคุณบริษัทศรแดงที่ส่งเสริมการปลูกและคอยมาให้คำแนะนำ แม้ว่าแทบจะไม่ต้องดูแลอะไรเลย” คุณชื่น กล่าว

นางพินหฤดา พิศจาร เกษตรอีกรายที่ปลูกผักขี้หูดขายเมล็ดพันธุ์
คุณพินหฤดา พิศจาร เกษตรกรอีกรายที่ปลูกผักขี้หูดขายเมล็ดพันธุ์

ทางด้าน คุณพินหฤดา พิศจาร อยู่บ้านเลขที่ 138 ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เป็นเกษตรกรอีกคนที่ปลูกผักขี้หูด เล่าให้ฟังว่า วิธีปลูกแค่ใช้ไม้แหลมปักทำเป็นหลุมก็หยอดเมล็ดผักขี้หูดลงไปหลุมละ 2 เมล็ด ใช้ดินและขี้วัวกลบก็เป็นอันปลูกเสร็จ ราว 7 วัน เมื่อเมล็ดเริ่มงอกก็ทำการรดน้ำด้วยวิธีลากสายยาวเข้ามา รดให้ชุ่มให้ดินเปียกทั้งแปลง และมีรดน้ำเพิ่มอีกเพียง 1 ครั้ง ปุ๋ยก็ใส่เพียงครั้งเดียว รวมระยะเวลาประมาณ 120 วันก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้

“การเก็บผลผลิตนั้นต้องให้ผักขี้หูดแก่จัด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของศรแดงจะเข้ามาแนะนำ วิธีการนำเมล็ดมาทำพันธ์ก็จะเริ่มจากการตัดมาทั้งต้น พอตัดมาได้ก็นำมาตากแดด 3 วัน จากนั้นนำมาใส่กระสอบ และขยี้ให้เมล็ดออกให้หมด จึงนำไปขายได้” คุณพินหฤดา กล่าว

ฝักสดผักขี้หูด ใช้ทำอาหารได้สารพัด
ฝักสดผักขี้หูด ใช้ทำอาหารได้สารพัด

ผักขี้หูด…มีดีอย่างไร?

ผักขี้หูด เป็นผักพื้นบ้านที่พบมากในภาคเหนือ นิยมเก็บฝักอ่อนหรือยอดอ่อนมาประกอบอาหาร ให้รสเผ็ด มีกลิ่นฉุน (บางคนเรียกว่า วาซาบิเมืองไทย) ใช้รับประทานคู่น้ำพริก และฝักสดนำมาผัด หรือทำอาหารประเภทอื่นๆก็ได้

สรรพคุณผักขี้หูด…ดอกอ่อน ฝักอ่อน และใบอ่อน ต้านโรคมะเร็ง ช่วยเจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร แก้อาการไข้หวัด แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยขับลมในกระเพาะ ช่วยละลายนิ่ว ใช้เป็นยาขับน้ำดี ช่วยบำรุงผิวพรรณ

ราก ช่วยลดความดันเลือด บรรเทาโรคเบาหวาน ช่วยเจริญอาหาร แก้ไอ และลดไข้ ช่วยขับปัสสาวะ

การปลูกผักขี้หูด นิยมปลูกด้วยการหว่านเมล็ด ในช่วงต้นฤดูฝน หรือก่อนการเก็บเกี่ยวข้าว หรือหลังการเก็บเกี่ยวข้าง (ในกรณีที่ต้องการปลูกพืชหลังนา-เนื่องจากใช้น้ำน้อย)

การปลูกผักขี้หูดตามหลักวิชาการ…ให้ทำการไถพรวน และกำจัดวัชพืช 1 รอบ และตากดินนาน 5-7 วัน หลังจากนั้นหว่านด้วยปุ๋ยคอก ประมาณ 1-2 ตัน/ไร่ และอาจหว่านปุ๋ยสูตร 15-15-15 ร่วมด้วย ประมาณ 20 กิโลกรัม/ไร่ ก่อนจะไถพรวนอีก 1 รอบ และหว่านเมล็ด

การปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ไม่จำเป็นต้องให้น้ำ แต่หากปลูกช่วงต้นฤดูหนาวที่ฝนไม่ตก ควรให้น้ำเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

การใส่ปุ๋ย หลังจากต้นผักขี้หูดขึ้นแล้ว 1 อาทิตย์ ให้หว่านด้วยปุ๋ยสูตร 24-12-12 อัตรา 20 กิโลกรัม/ไร่ เพื่อเร่งใบให้สีเขียวสำหรับเก็บใบ และยอดอ่อน ส่วนการเก็บฝักอ่อน ให้หว่านปุ๋ยสูตร 6-6-12 หลังการปลูกประมาณ 20-25 วัน เพื่อบำรุงดอก และฝักอ่อน

การเก็บผลผลิต…การเก็บใบหรือยอดอ่อน สามารถเริ่มเก็บได้หลังการปลูกแล้วประมาณ 7-10 วัน และจะเก็บได้นานประมาณ 5-7 วัน ก่อนที่ลำต้นจะเติบโตสูงชะลูด ซึ่งในระยะที่ต้นขึ้นสูง ใบจะมีขนาดใบเล็ก ใบแก่หยาบ ไม่นิยมเก็บมารับประทาน

ส่วนดอก และผลอ่อน จะพร้อมเก็บรับประทานได้ ตั้งแต่หลังการหว่านเมล็ด 1 เดือน และเก็บได้ต่อเนื่องนาน 2 เดือน และหลังจากนั้นในเดือนที่ 4 ต้น และฝักจะเริ่มแก่…เก็บเป็นเมล็ดเพื่อไว้ปลูกต่อไป

ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ผักขี้หูดที่ปลูกได้
ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ผักขี้หูดที่ปลูกได้
สื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานปลูกผักขี้หูด...และพิสูจน์ความจริงว่าขายได้กิโลกรัมละ 400 บาท จริงหรือไม่?
สื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานปลูกผักขี้หูด…และพิสูจน์ความจริงว่าขายได้กิโลกรัมละ 400 บาท จริงหรือไม่?