เกษตรคือประเทศไทย “น้ำคือหัวใจ” ตราบใดที่เรายังไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ดีการเกษตรของเราก็กระท่อนกระแท่น ปีไหนน้ำท่าดีก็ได้ผลบริบูรณ์ แต่ปีไหนแล้งก็เหือดแห้งไปตามๆกัน โดยเฉพาะชาวนาที่อยู่นอกเขตชลประทานยังต้องคอยภาวนาให้ฟ้าฝนเป็นใจ…

คุณสรายุทธ ช่วยชาติ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง รายงานความสำเร็จของโครงการในพื้นที่ต่อหน้าอธิบดีกรมชลประทานและชาวนา
คุณสรายุทธ ช่วยชาติ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครหลวง รายงานความสำเร็จของโครงการในพื้นที่ต่อหน้าอธิบดีกรมชลประทานและชาวนาที่มาร่วมรับฟังวิธีการบริหารจัดการน้ำ…
พื้นที่สีเขียวในแผนที่คือนาแปลงใหญ่ ชุมชนบ้านบึงบัว ต.นครหลวง
พื้นที่สีเขียวในแผนที่คือนาแปลงใหญ่ ชุมชนบ้านบึงบัว ต.นครหลวง

ณ ชุมชนบ้านบึงบัว ต.นครหลวง อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา บัดนี้ชาวนาใจชื้น เมื่อดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทานและคณะ ลงพื้นที่มาดูเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ตามโครงการไทยนิยม ยั่งยืน และลงมือเกี่ยวข้าวกับชาวนา  https://www.kasetvoice.com/post/4215 พร้อมกับยืนยันต่อหน้าชาวนาที่มาร่วมเกี่ยวข้าวว่าปีนี้ทำนาได้เต็มที่ไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำใดๆ

ภาพนี้ผู้บริหารกรมชลประทานร่วมเกี่ยวข้าวกับชาวนาเหมือนให้สัญญาว่าเราจะดูแลซึ่งกันและกัน
ภาพนี้ผู้บริหารกรมชลประทานร่วมเกี่ยวข้าวกับชาวนาเหมือนให้สัญญาว่าเราจะดูแลซึ่งกันและกัน

คุณสาคร ขำศรีพงษ์ หรือ “กำนันสาคร” ในฐานะประธานนาแปลงใหญ่ชุมชนบ้านบึงบัว ต.นครหลวง กล่าวว่าได้รวมกลุ่มกันเป็นนาแปลงใหญ่จำนวน 1,648.50 ไร่ มีสมาชิกจำนวน 70 คน ทำการผลิตข้าวเปลือกคุณภาพและเมล็ดพันธุ์ข้าว น้ำถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของการปลูกข้าว ผลจากการรวมกลุ่มเป็นนาแปลงใหญ่ ทำให้ภาครัฐ โดยเฉพาะกรมชลประทานได้เข้ามาบริหารจัดการน้ำอย่างเพียงพอทำให้กลุ่มสามารถเพิ่มผลผลิตข้าวได้ 80 ถังต่อไร่ จากเดิม 70 ถังต่อไร่ และสามารถลดต้นทุนเหลือไร่ละ 3,000 บาท จากเดิมไร่ละ 5,000 บาท ลดได้ถึง 2,000 บาท

“ผมขอฝากไปยังพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาทุกพื้นที่ ถ้าเราไม่รวมกลุ่มกัน เราก็ไม่สามารถมีพลังไปเรียกร้องกับทั้งส่วนราชการและอื่นๆ อย่างง่ายๆที่เราเห็นที่เป็นปัญหามากที่สุดคือเรื่องน้ำ ถ้าเราไปคนเดียวเราไม่สามารถไปพูดคุยกับทางกรมชลประทานได้เลย เพราะว่าเราไปเป็นส่วนตัว แต่ถ้าเราไปกันเป็นกลุ่ม ทางชลประทานหรือทางหน่วยงานของรัฐเขาก็จะฟัง แล้วออกมาชี้แจงหรือถ้ามันเกิดมีปัญหาอย่างไร อย่างน้อยเราก็ได้ชี้แจงให้เพื่อนเกษตรกรทราบ แต่ถ้าไม่มีปัญหาทางหน่วยงานของราชการก็จะช่วยเหลือมาดำเนินการให้เลย อย่างเช่นกรมชลประทาน สมมุตเราต้องการน้ำ ตอนนี้ข้าวเราเริ่มท้องแล้ว น้ำไม่มี ถ้าเราไปประสานกับทางกรมชลประทานเขาก็ปล่อยน้ำให้ แต่ถ้าเราไม่รวมกลุ่มกันเราก็ไม่มีโอกาสไปเรียกร้องให้ช่วยเหลือได้”

แปลงนาของคุณพลกานต์ แสงกฤช...ชาวนารุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ
แปลงนาของคุณพลกานต์ แสงกฤช…ชาวนารุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ

ส่วนคุณพลกานต์ แสงกฤช เจ้าของนาแปลงใหญ่ที่อธิบดีกรมชลประทานได้มาเกี่ยวข้าวในครั้งนี้ กล่าวว่าตนเองทำนามาตั้งแต่อายุ 19 ปี ปัจจุบันอายุ 24 ปี ทำนาของตัวเอง 10 ไร่ และเช่าอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้งหมด 55 ไร่ รู้สึกว่าทำนาไม่ได้ยุ่งยากอะไร เพราะมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้สะดวกสบายและยิ่งกรมชลประทานเข้ามาสนับสนุนเรื่องน้ำยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจว่าอาชีพทำนาที่ตนเลือกมาถูกทางแล้ว

“อยากให้วัยรุ่นสมัยใหม่หันมาทำนามากขึ้น มันไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด ไม่ได้เป็นอาชีพที่ไร้อะไรมากเท่าไร และไม่ต้องไปเป็นใต้บังคับใคร” ชาวนารุ่นใหม่ กล่าวจากใจ.