ข่าว เกษตรโว้ยVOICE กรมชลประทาน ทำพิธีปล่อยน้ำเข้า 12 ทุ่งพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เริ่ม 1 พฤษภาคมนี้ ชาวนามาร่วมพิธีหลายร้อยคน ดีใจที่จะมีน้ำใช้ทำนาอย่างพอเพียง แม้ว่าจะต้องร่นระยะเวลาทำนาขึ้นมา แต่ผลที่เกิดขึ้นดีกับทุกฝ่าย และชาวนาก็ได้ผลผลิตข้าวเพิ่ม…

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะเป็นประธานในพิธีปล่อยน้ำเข้าทุ่ง...
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะเป็นประธานในพิธีปล่อยน้ำเข้าทุ่ง…

นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กรมชลประทานจะเริ่มส่งน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำ 12 ทุ่ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกใหม่ เป็นการร่นระยะเวลาให้เร็วขึ้นเพื่อให้ทันการเก็บเกี่ยวก่อนเกิดน้ำหลาก ทั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 1.15 ล้านไร่ โดยพื้นที่ดังกล่าวจะใช้เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับปริมาณน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ข้างเคียง โดยเฉพาะต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพฯได้

“วิธีบริหารจัดการน้ำแบบนี้มีข้อดีมากจากการทดลองในปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำได้เพาะปลูกเร็วขึ้น จะช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่เพาะปลูก และสามารถใช้พื้นที่เป็นแก้มลิงธรรมชาติ เพื่อการเก็บกักน้ำในฤดูน้ำหลาก ซึ่งช่วยชะลอน้ำได้ปริมาณ 1,500 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งเกษตรกรยังจะมีรายได้เสริมจากการประกอบอาชีพประมงในช่วงน้ำหลากได้อีกด้วย ซึ่งหลังจากนี้จะนำโมเดลดังกล่าว ขยายผลไปดำเนินการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ในบริเวณพื้นที่ลุ่มแม่น้ำต่างๆต่อไป” นายกฤษฎา กล่าว

ทางด้านชาวนาที่ร่วมในพิธีปล่อยน้ำเข้าทุ่งในครั้งนี้ แสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยที่กรมชลประทานได้บริหารจัดการน้ำแบบร่นระยะเวลาเพาะปลูกขึ้นมา ซึ่งในระยะแรกๆมีบ้างที่ไม่เข้าใจ แต่เมื่อเห็นผลในทางปฏิบัติก็เข้าใจ และคิดว่าได้ผลดีกว่าวิธีบริหารน้ำแบบเดิมมาก

แผนที่แสดงพื้นที่ที่กรมชลประทานจะปล่อยน้ำเข้า...จำนวน 12 ทุ่ง
แผนที่แสดงพื้นที่ที่กรมชลประทานจะปล่อยน้ำเข้า…จำนวน 12 ทุ่ง

นายชูชาติ ทรงกฤษ แกนนำเกษตรกรกลุ่มใช้น้ำทุ่งผักไห่ -เสนา ซึ่งทำนาหลายร้อยไร่ กล่าวว่าเมื่อก่อนพื้นที่นี้ได้ความเดือดร้อนมากเพราะปล่อยน้ำสับสนวุ่นวาย ขณะนี้เป็นสิ่งถูกต้องที่ทำนาเลื่อนเวลาขึ้นมา ขอให้ส่งน้ำอย่างเป็นระบบยั่งยืน เกษตรกรไม่เสียหาย วิธีการนี้ยังเป็นการฟื้นสภาพดินทำให้ได้ข้าวผลผลิตดี 1 ตันต่อไร่

นายสมบุญ พูลผล ตัวแทนเกษตรกรทุ่งบางกุ่ม ซึ่งกินพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สระบุรี และลพบุรี กล่าวว่าแต่ก่อนนั้นเกิดความเสียหายจากน้ำหลาก น้ำท่วมทำนาปรังรอบสอง ตอนนี้เปลี่ยนพฤติกรรม เก็บเกี่ยววันที่ 10 กันยายน เพื่อให้ทันก่อนน้ำมา 30 กันยายน เป็นช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยาเปิดระบายน้ำจากภาคเหนือ เกือบ 2 พันล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้สามารถลดความเสียหายได้

นายประดับ คงประมูล และเพื่อนๆชาวนา...มั่นใจครับ
นายประดับ คงประมูล (เสื้อเขียว) และเพื่อนๆชาวนา…มั่นใจครับ

นายประดับ คงประมูล ตัวแทนเกษตรกร ต.บ้านกระทุ่ง อ.เสนา กล่าวว่าวิธีบริหารจัดการน้ำแบบนี้ทำให้ชาวนามั่นใจมากขึ้น ทางกรมชลประทานทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชาวนามีอะไรก็ประสานได้ตลอดเวลา ผลดีที่เห็นได้จัดคือรู้ล่วงหน้าว่าจะมีน้ำพอเพียง และทำให้ผลผลิตข้าวเพิ่มจากเดิมไม่ถึง 1 ตันต่อไร่ เป็น 1 ตันต่อไร่ หรือมากกว่านิดหน่อย และทำให้สามารถลดต้นทุนได้มาก ไม่ต้องแย่งสูบน้ำ ปุ๋ยก็ใส่ลดลง และสิ่งที่อยากให้ดีต่อไปคือราคาข้าว หากได้ตันละ 8,000 บาท จะสามารถมีกำไรอยู่ได้ ตอนนี้น้ำมาแล้ว ราคาข้าวก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว

กำนันบุญเกื้อ ราชสันต์ (คนขวาสุด) ถัดมา นายจำนงค์ ธรรมสอน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ(ซ้ายสุด) นายสุชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท...วันนี้ลงพื้นที่มาพบชาวนา
กำนันบุญเกื้อ ราชสันต์ (คนขวาสุด) ถัดมา นายจำนงค์ ธรรมสอน ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ (ซ้ายสุด) นายสุชาติ มาลาศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 จ.ชัยนาท…วันนี้ลงพื้นที่มาพบชาวนา
ผู้ใหญ่ปิยะ มิ่งขวัญ (คนขวา) และผู้ใหญ่สมหมาย ช้างต่อ เห็นด้วยที่มีการจัดการน้ำและร่นเวลาทำนาขึ้นมา
ผู้ใหญ่ปิยะ มิ่งขวัญ (คนขวา) และผู้ใหญ่สมหมาย ช้างต่อ เห็นด้วยที่มีการจัดการน้ำและร่นเวลาทำนาขึ้นมา

กำนันบุญเกื้อ ราชสันต์ ตำบลลาดชะโด อำเภอผักไห่ กล่าวว่า ขอชื่นชมกรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำแบบการมีส่วนร่วม อธิบดีกรมชลประทาน และผู้บริหารกรมชลประทานในพื้นที่ลงมาดูมาแก้ปัญหาได้ตรงจุด ทำให้ลดความเสียหายจากอุทกภัยได้เกือบ 100% และแก้มลิงยังเก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งไม่ปล่อยระบายน้ำทิ้งทะเล โดยเห็นผลชัดเจนชาวนาลดต้นทุนได้มาก ราคาข้าวตันละ 7 พันบาท ยังมีกำไรได้ไร่ละ 1 พันบาท เพราะประหยัดค่าสูบน้ำจาก 10 ครั้งต่อรอบเหลือ 4 ครั้ง ใส่ปุ๋ย จาก 3 ครั้งเหลือ 2 ครั้ง เพราะมีปุ๋ยธรรมชาติที่มากับน้ำ เช่นเดียวกับ ผู้ใหญ่ปิยะ มิ่งขวัญ หมู่ที่ 5 ตำบลดอนลาน อำเภอผักไห่ และ ผู้ใหญ่สมหมาย ช้างต่อ หมู่ที่ 6 ตำบลดอนลาน อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่าการบริหารจัดการน้ำแบบเลื่อนเวลาหรือร่นเวลาปล่อยน้ำขึ้นมาจะช่วยลดความเสียหายจากนาข้าวถูกน้ำท่วม สิ่งที่อยากได้นอกจากนี้ก็คือทำอย่างไรให้ราคาข้าวดีขึ้นแบบยั่งยืน

ผู้ใหญ่อุ๊-นางสาวจารุนันท์ ชาดิษฐ์ (คนกลาง) นำทีมชาวนามาร่วมพิธีครั้งนี้ ด้วยความยินดีและขอบคุณยิ่ง
ผู้ใหญ่อุ๊-นางสาวจารุนันท์ ชาดิษฐ์ (คนกลาง) นำทีมชาวนามาร่วมพิธีครั้งนี้ ด้วยความยินดีและขอบคุณยิ่ง

ทางด้าน ผู้ใหญ่อุ๊-นางสาวจารุนันท์​ ชาดิษฐ์​ หมู่ที่ 6​ ตำบลจักราช ​อำเภอผักไห่​ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นตัวแทนนำเกษตรกรขึ้นกล่าวขอบคุณบนเวที พร้อมกับนำผ้าขาวม้า ข้าวใหม่ และปลามามอบให้ กล่าวว่า “ขอขอบคุณกระทรวงเกษตรฯ ที่ได้จัดทำโครงการปลูกข้าวเลื่อมเวลาทำให้ชาวนาทำนาได้ตรงฤดูกาล ซึ่งได้ผลผลิตดีมาก และการปล่อยน้ำเข้าทุ่งในเดือนกันยายนชาวบ้านได้รับประโยชน์ในการทำประมงหาปลา…วันนี้เราได้นำข้าวที่ได้ผลผลิตในฤดูกาลนี้ที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จมามอบให้ พร้อมทั้งปลาในทุ่งนาที่ได้รับผลผลิต…โครงการนี้เป็นประโยชน์มากทำให้ชาวบ้านและชาวนาไม่ทะเลาะกัน เพราะทำนาได้ตามฤดูกาลค่ะ”  

บนเวทีที่มีการมอบข้าวและปลา(กระดี่)ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ
บนเวทีที่มีการมอบข้าวและปลา(กระดี่)ให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ

เบื้องหลังการมอบข้าว-ปลาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ผู้ใหญ่อุ๊ และนายสำเริง​ วงษา (ชาวนาที่หาบข้าวขึ้นบนเวที) รวมทั้ง นางธัญวรัตน์​ คล้ายสิทธิ์ (ชาวนาที่หิ้วปลาขึ้นบนเวที) เปิดเผยกับ “เกษตรโว้ยVOICE เพิ่มเติมว่า ต้องการแสดงความขอบคุณจากใจจริงของชาวนา โดยเฉพาะปลาที่มอบให้วันนี้ คือปลากระดี่ เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” บางคนอาจมองว่าชาวนาดีใจจนออกนอกหน้า “ระริกระรี้เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ” แต่น้ำคือปัจจัยสำคัญของการทำนาปลูกข้าว “มีนาก็ต้องมีน้ำ” ใครที่ช่วยทำให้น้ำท่าสมบูรณ์นั่นหมายถึงข้าวปลาอาหารบริบูรณ์ดี และปลากระดี่ที่มอบให้วันนี้ แปรรูปเป็น “ปลากระดี่วง” ตากแห้ง เป็นสินค้าขึ้นชื่อของชุมชน อีกทั้ง “วง” และ “พวง” (ร้อยเป็นพวง) ยังหมายถึงการอยู่ร่วมกัน หากชาวนามีความรักสามัคคีเชื่อว่าอาชีพทำนาจะมั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป

ปลากระดี่ในมือชาวนา
ปลากระดี่ที่มอบให้รัฐมนตรีด้วยความขอบคุณและจริงใจ