พืชฤดูแล้ง ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง? (นางดาเรศร์ กิตติโยภาส)
พืชฤดูแล้ง ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง? (นางดาเรศร์ กิตติโยภาส)

นางดาเรศร์ กิตติโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการเกษตรได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำข้อมูลแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง รวมทั้งนโยบายและมาตรการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในฤดูกาลที่จะถึงนี้ พร้อมกับเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชฤดูแล้งที่ใช้น้ำน้อยที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ซึ่งสอดคล้องโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา และโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลายฤดูนาปรังปี 2562 ที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำลังดำเนินการ ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร พบว่าสถิติราคาและผลตอบแทนผลผลิตในช่วงฤดูแล้งปีที่ผ่านมา(ก.พ. – พ.ค.) พบว่าพืชใช้น้ำน้อย ได้แก่ พืชไร่ พืชผัก เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าวโพดหวาน และข้าวโพดฝักอ่อน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ดังนี้

– ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้น 14.5% (มี.ค.-พ.ค.) ราคา 8.42 บาทต่อกิโลกรัม เกษตรกรมีรายได้ 8,445 บาทต่อไร่ คิดเป็นกำไร 2,649 บาทต่อไร่ – ข้าวโพดหวานทั้งเปลือก (ก.พ. – เม.ย.) ราคา 7.21 รายได้ 15,652 บาทต่อไร่ คิดเป็นกำไร 8,791 บาทต่อไร่
– ข้าวโพดฝักอ่อน (ก.พ. – เม.ย.) ราคา 17.98 บาทต่อกิโลกรัม รายได้ 16,464 บาทต่อไร่ คิดเป็นกำไร 11,080 บาทต่อไร่
– ในขณะที่ข้าวนาปรัง (มี.ค.-พ.ค.) ราคา 7,830 ต่อตัน รายได้ 5,293 บาทต่อไร่ คิดเป็นกำไร 398 บาทต่อไร่

จะเห็นได้ว่าพืชไร่ พืชผัก ดังกล่าว ให้ผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรังเมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชไร่ พืชผัก ใช้น้ำน้อย ทดแทนการปลูกข้าวนาปรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดหลังนา จะมีผู้รับซื้อโดยสหกรณ์ในพื้นที่และสมาคมอาหารสัตว์ และยังมีการประกันราคารับซื้อ จะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าข้าวนาปรัง ซึ่งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรหรือสำนักงานเกษตรอำเภอที่อยู่ใกล้บ้านท่าน