จากข้อมูลพบว่า การเกิดมลพิษจากฝุ่น PM 2.5 ปัญหามาจากการเผาในที่โล่งสูงเป็นอันดับ 1 คือ 54% คำว่าเผาในที่โล่ง เช่นเผา ป่า เผาอ้อย ฯลฯ กล่าวเฉพาะเผาอ้อยพบว่า เกษตรกรยังนิยมเผากันถึง 60% หรือมีตัดอ้อยสดแบบไม่เผาแค่ 40% เหตุที่นิยมเผาก่อนตัด เพราะสะดวกรวดเร็วกว่า และไม่มีแรงงานที่จะมาสางใบอ้อย

กิจกรรมรณรงค์ ได้รับความสนใจจากเกษตรกรจำนวนมาก

คุณสมบูรณ์ จินตนาผล ที่ปรึกษา-สำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน สยามคูโบต้าจึงได้จับมือกับกลุ่มวังขนาย และสมาคมชาวไร่อ้อยจังหวัดมหาสารคาม ร่วมรณรงค์เกษตรกรชาวไร่อ้อยตัดอ้อยสด ลดมลพิษ PM 2.5 ด้วยการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรแบบครบวงจรในไร่อ้อย พร้อมการทำเกษตรแบบไม่เผาด้วยวิธี KAS เกษตรครบวงจรเอกลักษณ์เฉพาะของคูโบต้า

“ปัญหามลพิษ ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นปัญหาระดับชาติที่องค์กรเอกชนและภาครัฐต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง อีกทั้งสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของอินทรีย์วัตถุในดินและการรักษาความชื้นในดิน เพื่อการทำเกษตรอย่างยั่งยืน” คุณสมบูรณ์ กล่าว

จากซ้าย เครื่องตัดอ้อย และถัดมาเป็นเครื่องสางใบอ้อย

เครื่องพ่นสารเอนกประสงค์

สำหรับชุดเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อการทำไร่อ้อยไม่เผาแบบครบวงจร ที่สยามคูโบต้า นำมาสาธิตให้ชมกันที่กลางไร่อ้อย จ.มหาสารคาม ในงานรณรงค์ไม่เผาอ้อยเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีเกษตรกรชาวไร่อ้อยมาร่วมชมกันคับคั่ง และ นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีครั้งนี้ ประกอบด้วย

1. การจัดการใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว ด้วยเครื่องสางใบอ้อย รุ่น SLR110H ทำหน้าที่สางใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว โดยการตีใบอ้อยให้ละเอียดด้วยชุดโรลเลอร์จำนวน 4 ชุด ที่มีรอบหมุนที่รวดเร็วมากกว่า 900 รอบต่อนาที ทำให้ได้ลำอ้อยที่สะอาด เกษตรกรสามารถเข้าไปตัดอ้อยสดได้ง่ายขึ้น, 2. การตัดอ้อยสด ด้วยเครื่องตัดอ้อย รุ่น SCR100 ทำหน้าที่ในการเก็บเกี่ยวอ้อยสด ประกอบด้วย ระบบชุดสางใบอ้อย ถูกออกแบบให้ชุดโรลเลอร์ สามารถตัดยอดอ้อยสดได้ตั้งแต่ 1.5 – 4 เมตร ปรับระยะความสูงและองศาการตัดของใบมีดให้เหมาะสมกับแปลงอ้อยและโคนต้นอ้อยได้อย่างสม่ำเสมอ,  3. การจัดการใบอ้อย ด้วยเครื่องอัดฟาง รุ่น HB135 จะทำหน้าที่ในการอัดใบอ้อยหลังจากการเก็บเกี่ยว เพื่อนำไปให้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวล ช่วยลดการเผาใบอ้อยก่อนการเตรียมดิน ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ต่อพ่วงที่ครอบคลุมในขั้นตอนอื่น ๆ เช่น การจัดการใบอ้อย ด้วยผานสับคลุก สำหรับไถสับคลุกใบอ้อยเพื่อการเตรียมดินก่อนจะทำการเพาะปลูกในครั้งต่อไป และ4. การเตรียมดิน ด้วยเครื่องพ่นสารเอนกประสงค์ สำหรับฉีดพ่นสารอินทรีย์ช่วยย่อยสลายใบอ้อยก่อนการเตรียมดิน และการบำรุงรักษา ด้วยเครื่องฝังปุ๋ยแบบมีชุดใบตัดที่ด้านหน้า เพื่อตัดใบอ้อยที่อยู่บนดิน ทำให้ชุดฝังปุ๋ยทำงานได้ถึงแม้จะมีใบอ้อย


นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม (คนกลาง) รวมทั้งผู้ผู้บริหารสยามคูโบต้า และกลุ่มวังขนาย รดน้ำลงบนตออ้อย เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าไม่เผาอ้อยอีกต่อไป

อนึ่ง ข้อมูลเพิ่มเติมขอให้ผู้สนใจดูได้จากคลิปข้างต้น (เป็นคลิปจากการ LIVE สดในวันงานรณรงค์) ซึ่งในคลิปนี้ นอกจากจะมีบรรยากาศการสาธิตเครื่องจักรเกษตรในไร่อ้อยแบบไม่เผาแล้ว ยังมีสัมภาษณ์ นายเศกสรรค์ สวนกูล ปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้บอกว่าใบอ้อยสามารถนำไปทำเป็นอาหารปศุสัตว์ และนายประยูร สุวรรณคำ เกษตรจังหวัดมหาสารคาม ที่พร้อมจะร่วมมือกันหาทางออกไม่ให้มีการเผาอ้อย และตอนท้ายคลิป ทางผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งตัวแทนเกษตรกรได้มายืนล้อมวงเพื่อที่จะหารือร่วมกันว่าทำอย่างไรเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย จึงจะสามารถเข้าถึงเครื่องจักรกลเกษตรเหล่านี้ได้.