อธิบดีกรมชลฯ เร่งแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม พร้อมเตือนไม่มีน้ำสนับสนุนพืชฤดูแล้ง
เร่งแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม

อธิบดีกรมชลประทาน เผยแผนแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม เร่งทำโครงการศึกษาพัฒนาอาคารบังคับน้ำตลอดสาย เพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่ให้มีน้ำกินน้ำใช้และลดปัญหาอุทกกภัย พร้อมเตือนไม่มีน้ำสนับสนุนพืชฤดูแล้ง

นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมสำหรับพื้นที่เฝ้าระวังฤดูแล้งปี 2561/2562 ในลุ่มน้ำยมว่า พื้นที่อ่างเก็บน้ำแม่มอกปัจจุบันเหลือน้ำใช้การเพียง 21 ล้าน ลบ.ม. (22% ของน้ำใช้การ) กรมชลประทานไม่สนับสนุนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2561/62 แต่มีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศจนถึงเดือนกรกฎาคม 2562

อธิบดีกรมชลฯ เร่งแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม พร้อมเตือนไม่มีน้ำสนับสนุนพืชฤดูแล้ง
นายทองเปลว กองจันทร์

สำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำยมตอนล่างบริเวณฝั่งขวาแม่น้ำยมที่มีการเพาะปลูกเป็นประจำ ในเขตอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร กรมชลประทานจะสนับสนุนน้ำเป็นครั้งคราว ตามความจำเป็นและเพื่อเป็นการบรรเทาสถานการณ์ ในปัจจุบัน กรมชลประทานจึงมีโครงการศึกษาการพัฒนาอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมเป็นช่วง ๆ แบบขั้นบันได เพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำยมได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดลำน้ำ โดยได้พิจารณาจุดที่เหมาะสม 6 แห่ง เป็นประตูระบายน้ำจำนวน 4 แห่ง ซึ่งต้องศึกษา EIA ประกอบด้วย 1. อาคารบังคับน้ำบ้านวังน้ำเย็น 2. อาคารบังคับน้ำบ้านหาดอ้อน 3. อาคารบังคับน้ำบ้านบานชื่น และ 4. อาคารบังคับน้ำบ้านเกาะน้อย และมีการพิจารณารูปแบบอาคารเป็นฝายอีก 2 แห่ง คือ อาคารบังคับน้ำบ้านหาดรั่ว และ อาคารบังคับน้ำบ้านสุเม่น ซึ่งไม่เข้าข่ายต้องศึกษา EIA โดยขณะนี้ กรมชลประทาน ได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษา เข้ามาศึกษาความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) สำหรับอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำยมทั้ง 4 แห่ง ซึ่ง 2 แห่งอยู่ในเขตอำเภอลอง กับอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และอีก 2 แห่งอยู่ในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

โดยโครงการบังคับน้ำทั้ง 4 แห่ง นี้ จะช่วยเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้สำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่เกษตรกรรมซึ่งขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคของประชาชนตลอดจนสัตว์เลี้ยง และยังช่วยบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัย โดยมีพื้นที่ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการทั้งสิ้นกว่า 147,000 ไร่

อธิบดีกรมชลฯ เร่งแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม พร้อมเตือนไม่มีน้ำสนับสนุนพืชฤดูแล้ง

“ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น โดยมีการดำเนินการภายใต้แนวคิด การพัฒนาลุ่มน้ำยมแบบร่วมคิดร่วมทำ เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดตำแหน่งที่ตั้งโครงการ รูปแบบหัวงาน และระดับเก็บกักที่เหมาะสม ซึ่งจะทำให้เป็นที่ยอมรับจากชุมชนเอง ทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ ผู้ได้รับประโยชน์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง” อธิบดีกรมชลประทาน กล่าว

ความคืบหน้าการศึกษาความเหมาะสม ขณะนี้เกือบจะสมบูรณ์แล้ว แต่เนื่องจากโครงการนี้ตั้งอยู่ในแม่น้ำยม ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ และเป็นโครงการประเภทประตูระบายน้ำในแม่น้ำสายหลักของประทศ จึงจำเป็นต้องศึกษาและจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาเห็นชอบและให้ดำเนินการก่อสร้างต่อไป

สำหรับภาพรวมของน้ำทั้งประเทศ นายทองเปลว กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝน ปริมาณฝนตกสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2562 ในภาพรวมของประเทศมีค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี เล็กน้อย โดยภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกฉียงเหนือ มีปริมาณฝนตกสะสมน้อยกว่าค่าเฉลี่ย สำหรับภาคเหนือมีปริมาณฝนตกสะสมอยู่ในเกณฑ์ปกติสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ภาคใต้ในภาพรวมปริมาณฝนตกสะสมอยู่ในเกณฑ์ปกติใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย

ปริมาณน้ำท่า สถานการณ์น้ำท่าปัจจุบัน ภาพรวมทั้งประเทศมีปริมาณน้ำไหลในลำน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย คือ มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุลำน้ำ

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ในภาพรวมปีนี้ 2562 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ทั่วประเทศ มีปริมาตรน้ำใช้งาน ณ วันนี้ 17,957 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 38 % ของความจุอ่างใช้งานทั้งหมด) น้อยกว่าปี 2561 ที่มีปริมาตรน้ำใช้งานรวม 21,789 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 46 % ของความจุอ่างใช้งานทั้งหมด) แต่ยังมากกว่าปี 2559 ที่มีเพียง 9,590 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 20 % ของความจุอ่างใช้งานทั้งหมด) เมื่อพิจารณาดูรายอ่างเก็บน้ำพบว่า มีอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำใช้งานอยู่ในเกณฑ์น้ำดีมาก 1 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ (มากกว่า 80%) อยู่ในเกณฑ์น้ำดี 5 แห่ง (มากกว่า 60%) 5 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในภาคใต้ สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนใหญ่อ่างเก็บน้ำในพื้นที่มีความจุใช้งานน้อยกว่า 60% โดยอยู่ในเกณฑ์น้ำพอใช้ 18 แห่ง (31%-60%) และเกณฑ์น้ำน้อย 11 แห่ง (น้อยกว่า 30%)


ปริมาณน้ำฝน ภาพรวมของปริมาณฝนตกสะสมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2562 มีปริมาณฝนตกสะสมอยู่ในเกณฑ์ปกติสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 30 ปี เล็กน้อย

ปริมาณน้ำท่า แม่น้ำยมตอนบนบริเวณจังหวัดพะเยาและแพร่ มีปริมาณน้ำไหลเพียงเล็กน้อย ประมาณ 1-5 ลบ.ม./วินาที ส่วนทางตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุโขทัยจนถึงนครสวรรค์ ไม่มีปริมาณน้ำไหลในลำน้ำ จะมีเพียงน้ำนอนคลองบริเวณที่มีฝายทดน้ำทั้งฝายถาวรและฝายชั่วคราวเป็นช่วงๆ

อธิบดีกรมชลฯ เร่งแก้ปัญหาลุ่มน้ำยม พร้อมเตือนไม่มีน้ำสนับสนุนพืชฤดูแล้ง

สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง เนื่องจากในลุ่มน้ำยมไม่มีอ่างเก้บน้ำขนาดใหญ่ จังหวัดแพร่ มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 5 แห่ง ความจุเก็บกักรวม 132 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเก็บกักรวม 42 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 32 % ของความจุเก็บกัก) เมื่อคิดเฉพาะน้ำใช้การได้ มีเพียง 27 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 23 % ของน้ำใช้การ) สถานการณ์อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย