เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.62 ที่บริเวณลานตะเคียน หน้าศาลากลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เครือข่ายประมงพื้นบ้าน 6 อำเภอชายฝั่งทะเล ประกอบด้วย อ.ขนอม สิชล ท่าศาลา เมืองนครศรีธรรมราช ปากพนัง และ หัวไทร กว่า 20 องค์กร จำนวนกว่า 300 คน นำโดย นายสมชาย ฉลาดแฉลม ชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลหาดบางดี-เสาเภา นายเจริญ โต๊ะอิแต กลุ่มอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านในถุ้ง นายประยุทธ์ ฐานะวัฒนา กำนันตำบลแหลมตะลุมพุก นายวิรชัช เจะเหล็ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านอำเภอหัวไทร นายมาโนช ดวงดี สมาคมประมงชายฝั่งอำเภอปากพนัง ฯลฯ ได้รวมตัวกันอ่านแถลงการณ์ และยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มี นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และ นายชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และ นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้รับหนังสือ

ซึ่งในแถลงการณ์ระบุว่า เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ที่ใช้เครื่องมือประมงอย่างรับผิดชอบไม่กระทบกับระบบนิเวศ เป็นไปตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และการแก้ไขปัญหา IUU แต่ยังมีประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมายเหลืออยู่ประมาณ 120 ลำ ซึ่งพบมากในอ่าวปากพนัง และจากการที่ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้พยายามแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยใช้แผนปฏิบัติการปากพนังโมเดล ทำให้ท้องทะเลในอ่าวปากพนังมีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำทะเลกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายกับเรือประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมทั้งมีการจับกุมแพปลาที่รับซื้อสัตว์น้ำจากการทำประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจกับกลุ่มประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย

จากประเด็นปัญหาดังกล่าว ทางเครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงมีข้อเสนอ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่และจัดเก็บข้อมูลรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ เรือประมงกี่ลำ ใช้เครื่องมืออะไร แพปลากี่แพ และแม่ค้ารายย่อยกี่รายอย่างละเอียด หลังจากได้ข้อมูลแล้ว เร่งหามาตรการช่วยเหลือพี่น้องชาวประมงที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวทันที กรณีเรื่องแปลงหอย เห็นควรให้ยกเลิกสัมปทาน เพราะทะเลไม่ควรมีเจ้าของ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรร่วมกัน ในช่วงระหว่างหาแนวทางหรือมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายก็มิควรอนุโลมให้ทำประมงอย่างเสรีในช่วงเวลานี้

ทั้งนี้ เครือข่ายประมงพื้นบ้านจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้นำเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมายมาแสดงให้ดูด้วย เช่น ที่คราดหอย ลอบแบบพับได้หรือไอ้โง่ โพงพางปากเสือ และพร้อมทั้งนำป้ายข้อความมาชูแสดงพลังไม่ให้อนุโลมการทำประมงที่ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย “ต้องไม่ใช้เครื่องมือที่ทำลายล้าง” “ถ้าอนุโลมพวกเราจะกลับมาใช้บ้าง” อย่างนี้เป็นต้น

หลังรับหนังสือแล้ว นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าพร้อมที่จะเข้ามารับฟังและจะได้ส่งหนังสือดังกล่าวไปยังรัฐบาลต่อไป ส่วนข้อเสนอให้ยกเลิกสัมปทานแปลงหอยนั้น ทางนายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่าได้เสนอยกเลิกไปแล้วแต่อยู่ในขั้นอุทธรณ์ของผู้ได้รับสัมปทาน ละได้ชี้แจงกรณีปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่า ทางประมงจังหวัดมิได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของประมงพื้นบ้านกลุ่มนี้ ซึ่งวันนี้มาแสดงพลังแสดงจุดยืนของกลุ่มและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ส่วนกลุ่มประมงที่ยังใช้เครื่องมือที่กฎหมายห้ามขอให้ปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องมือที่ถูกต้องตามกฎหมายและทางราชการพร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือหาเครื่องมือทดแทนให้ เพื่อช่วยให้ทรัพยากรทางทะเลมีความยั่งยืนต่อไป