เรื่อง/ภาพ : ทีมข่าวเกษตรก้าวไกล และเกษตรว้อยซ์

แก่งไฮ จ.พิษณุโลก (21 ก.ค.62)-ในช่วงค่ำคืนก่อนที่จะถึงเช้า เราได้ทราบข่าวว่าที่อ่างเก็บน้ำแก่งไฮ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก มีเกษตรกรเลี้ยงปลานิลในกระชัง กำลังประสบปัญหาภัยแล้ง น้ำในอ่างลดวูบ ต่ำจากปีก่อนประมาณ 4 เมตร…เมื่อน้ำลดตอผุด (เห็นตอจำนวนมาก) ปลาที่เลี้ยงอยู่ก็ไม่ยอมกินอาหาร เนื่องจากอากาศร้อนจัด ขาดออกซิเจน(ไม่เพียงพอ) จึงต้องตัดสินใจที่จะย้ายปลาไปเลี้ยงอีกจุดหนึ่งที่น้ำลึกกว่า…

(ชมคลิปที่ 2 เตรียมการย้ายกระชังปลา)

เราได้ออกเดินทางไปพบเกษตรกรคนที่ว่านี้ เขาชื่อ “โสภณ ขันตี” เขาเป็นคนแรกที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง จากการส่งเสริมของกรมประมง เมื่อ 19 ปีที่แล้ว ร่วมกับเพื่อนๆจำนวนคนละ 1 กระชัง รวมทั้งหมด 15 กระชัง 15 คน ผลการเลี้ยงไม่ประสบความสำเร็จ เงินทุนร่อยหรอ เนื่องจากชาวบ้านไม่เคยเลี้ยงมาก่อน พอปีต่อมาได้เงินกองทุนหมู่บ้านมาต่อลมหายใจ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จอีก สุดท้ายเลิกล้มกันหมด เหลือเพียงนายโสภณ ขอเช่ากระชังมาเลี้ยงเพียงคนเดียว ผลจากการทุ่มเททำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงในเวลาต่อมา แต่มีปัญหาเรื่องการตลาด จึงนำปลาขึ้นมอเตอร์ไซต์ไปเร่ขายและขณะเดียวกันนำไปขายที่ตลาดสด ปรากฏว่าขายดี เพราะลูกค้ามองว่าเจ้าของฟาร์มมาขายเองและขายถูกกว่าแม่ค้าในตลาด…

การเลี้ยงปลานิลประสบความสำเร็จเรื่อยมา และยังมีการเลี้ยงปลาทับทิม และจากที่เลี้ยงปลาจับขายครั้งเดียว พอขายหมดก็เลี้ยงต่อ ได้เปลี่ยนเป็นทยอยเลี้ยงให้มีปลาขายทั้งปี และเพิ่มกระชังให้มากขึ้น

ปัจจุบันนายโสภณ เป็นเกษตรกรเพียงคนเดียวของงอำเภอนครไทยที่เลี้ยงปลานิลในกระชัง และผลการเลี้ยงปลาที่ประสบความสำเร็จยังได้พัฒนาต่อยอดมาเปิดร้านอาหารชื่อ “แพโสภณปลาเผา” คือมีบริการอาหารและล่องแพร่วมด้วย

นายโสภณ เปิดเผยระหว่างที่กำลังทำการย้ายแพปลาอยู่กับทีมงานและลูก ว่า ปัญหาน้ำแล้ง เป็นปัญหาใหญ่ที่เคยเกิดขึ้น แต่ครั้งนี้เกิดจากฝนทิ้งช่วงนาน 5 เดือน ถือว่าหนักที่สุดในรอบ 20 ปี น้ำในอ่างลดลงประมาณ 4 เมตร (ชี้ให้ดูตอไม้ที่มีรอยน้ำ) ทำให้จุดที่ตั้งแพปลาที่อยู่ท้ายๆ อ่างเก็บน้ำ ได้รับผลกระทบ แพปลาเกยตื้นอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นถึงขนาดนี้มาก่อน และทำให้เกิดปัญหาปลาตายสะสมประมาณ 3 ตัน ในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา

ถึงแม้จะประสบปัญหาหนักแค่ไหน นายโสภณบอกว่าจะต้องอดทนต่อไป ยังคงเดินหน้าแก้ไข “เกิดเป็นเกษตรกรต้องแกร่งจริง” และฝากข้อคิดว่าทำการเกษตรอย่าทำแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ควรผสมผสาน เพื่อลดความเสี่ยง อย่างเช่นตนเองนั้นเลี้ยงปลานิลและปลาทับทิม แต่ต่อมาได้ต่อยอดมาเป็นร้านอาหารนำปลาที่เลี้ยงมาแปรรูปขายนักท่องเที่ยว ถือว่ามีรายได้ที่มั่นคง สร้างรายได้ให้กับญาติพี่น้อง และส่งลูกเรียนหนังสือชั้นสูงๆ และมีลูกชายคนหนึ่งชื่อ นายรณชัย ขัน ตี หรือน้องเต๋อ เรียนจบด้านประมง และในวันที่ย้ายแพปลาได้มาช่วยขับเรือผลักดัน(ย้าย)แพกระชังปลาอยู่ด้วย

(ขอบคุณ : ช่างอิ๊ด ผจก.สวนเพชรนครไทย ที่ช่วยประสานงานนำทีมข่าวไปชมการย้ายกระชังปลาในครั้งนี้ และฟอร์ด เรนเจอร์ “แกร่งทุกงานเกษตร” พาหนะในการเดินทางตามหายอดมนุษย์เกษตรกรไทย)