ปัญหาปลากะพงราคาตกต่ำ
ตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงจากหลายจังหวัดมารวมตัวกันที่กรมประมง เพื่อรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 นายอดิศร  พร้อมเทพ  อธิบดีกรมประมง แถลงข่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาปลากะพงขาวราคาตกต่ำ หลังหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน

จากข้อเรียกร้องของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาว ขอให้ยุติการนำเข้าปลากะพงขาวจากต่างประเทศ เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน เป็นต้นไป เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้ราคาปลากะพงขาวตกต่ำ จนส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวทั่วประเทศอย่างมากนั้น กรมประมง จึงได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาทะเลไทย  หน่วยงานภาครัฐ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน  กรมการค้าต่างประเทศ  กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และภาคเอกชน อาทิ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย บริษัทไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาปลากะพงขาวราคาตกต่ำ

นายอดิศร  พร้อมเทพ  อธิบดีกรมประมง  แถลงหลังเป็นประธานการประชุมหารือว่า มูลเหตุของการทำให้ราคาปลากะพงขาวตกต่ำ มีทั้งจากปัจจัยภายนอก นั่นก็คือ จากการเปิดการค้าเสรี FTA ทำให้สัตว์น้ำหลายชนิดทะลักเข้ามาในประเทศ โดยในส่วนของปลากะพงขาวนั้น ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีแนวโน้มการนำเข้าปลากะพงขาวจากประเทศเพื่อนบ้านสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันนี้ประเทศเพื่อนบ้านสามารถเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวได้มากขึ้นจนทำให้ไม่สามารถรองรับผลผลิตทั้งหมดเพื่อขายตลาดในประเทศได้ จึงได้มีการกระจายส่งผลผลิตมาขายให้กับประเทศไทย โดยสามารถขายได้ในราคาที่ถูก เนื่องจากปลาที่ส่งมาขายยังประเทศไทยไทยของเรานั้น เป็นปลาขนาด 700-900 กรัมต่อตัว หรือ ขนาดปลาจานที่คนไทยนิยมบริโภค แต่ไม่ใช่ขนาดที่ประเทศเพื่อนบ้าน ต้องการใช้ในการบริโภค ซึ่งต้องการปลากะพงขาว ขนาด 400-600 กรัม ดังนั้น การที่ประเทศเพื่อนบ้านส่งมาขายให้เราจึงเป็นช่องทางการระบายผลผลิตปลากะพงขาวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงิน ที่ทำให้ผู้ส่งออกของประเทศเพื่อนบ้านได้กำไรจากส่วนต่างของค่าเงิน ถึงแม้ว่าต้นทุนการผลิตปลาของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจะใกล้เคียงกันก็ตาม  ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุให้ปลากะพงขาวถูกส่งมาขายให้กับประเทศไทยจำนวนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผลผลิตภายในประเทศไทย คือ  ปริมาณการผลิตปลากะพงขาวของเกษตรกรนั้นเพียงพอต่อความต้องการการบริโภคในประเทศอยู่แล้ว ทำให้ขณะนี้ปริมาณปลากะพงขาวเกิดภาวะล้นตลาด ราคาปลากะพงขาวที่ขายปากบ่อหรือที่แพปลามีราคาตกต่ำลงตามราคาของปลาที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ 70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งไม่สมดุลกับต้นทุนการผลิตปลากะพงในประเทศไทยที่เป็นปลาที่มีระบบการเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพได้มาตรฐานฟาร์ม GAP ปลอดสารตกค้าง โดยเฉพาะปลาในโครงการเกษตรแบบแปลงใหญ่

ดังนั้น ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ จึงต้องมีการหารือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ โดยในเบื้องต้น ในส่วนของกรมประมงเตรียมจัดโครงการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ จัดกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนกินปลากะพงไทย คุณภาพดีได้มาตรฐาน GAP ไร้สารตกค้าง และราคาถูก เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจถึงคุณภาพของปลากะพงขาวของไทยให้กับผู้บริโภคได้ทราบ โดยจะมีการเปิดตลาดนัดปลากะพงตามภูมิภาคต่างๆ จำนวน 4 ภาค ซึ่งจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง อีกทั้ง กรมประมงยังจะเพิ่มความเข้มงวดด้านสุขอนามัยสำหรับปลากะพงขาวที่นำเข้ามา ได้แก่ การตรวจสารตกค้างและการสุ่มตรวจโรค เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของการผลิต กรมประมงจะมีการหารือแนวทางการบริหารจัดการผลผลิตปลากะพงขาว เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคา อาทิ การส่งเสริมระบบบริหารจัดการผลิตให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบแปลงใหญ่ และจะมีการลดการผลิตลูกพันธุ์ลงให้สมดุลกับปริมาณความต้องการปลาเนื้อ

ทั้งนี้ กรมประมงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงขาวโดยเร็ว พร้อมทั้งขอเป็นกำลังให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพงขาวทุกคนให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ได้

อนึ่ง ในวันเดียวกันนี้มีเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากะพงจากจังหวัดต่างๆมารวมตัวกันประมาณ 100 คน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาของกรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อได้รับฟังถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวก็ได้แยกย้ายสลายตัวกันไป