เจาะแนวคิด “ครีเอทีฟ ฟาร์มเมอร์” พลิกสวนทับทิม
คุณชาติชาย ทองจรัส หรือ “คุณโย่ง” นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรตามรอยพ่อแม่ ผู้ยึดแนวคิด “ครีเอทีฟ ฟาร์มเมอร์” กับการสร้างสรรค์ไร่ทับทิม...จรัสแสง

เรื่อง/ภาพ : จตุพล เกษตรก้าวไกล

ทีมงาน “เกษตรก้าวไกล” และ “เกษตรว้อยซ์” จะพาไปชมของดีเมืองโคราชอีกชนิดหนึ่ง นั่นคือ ทับทิมพันธุ์จรัสแสง ที่ไร่จรัสแสง เลขที่ 52 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 10 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เจ้าของเป็นเกษตรหัวขบวนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) นามว่า ชาติชาย ทองจรัส หรือ “คุณโย่ง” นักออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรตามรอยพ่อแม่ ผู้ยึดแนวคิด “ครีเอทีฟ ฟาร์มเมอร์” ได้พาเราเดินชมดูความโดดเด่นของทับทิมสายพันธุ์นี้ โดยการแนะนำของ คุณวิษณุ จันทร์หอม ผู้บริหาร ธ.ก.ส.สาขาเขาใหญ่ ซึ่งได้มาเยี่ยมชมพร้อมกันในครั้งนี้ด้วย

คุณโย่ง กล่าวว่า ชื่อสวนทับทิมแห่งนี้มีพระตั้งให้ว่า “ไร่จรัสแสง” สอดคล้องกับนามสกุล “ทองจรัส” เป็นสวนของครอบครัวที่พ่อแม่บุกเบิกมาก่อน ตนได้เข้ามาสืบทอด สำหรับทับทิมพันธุ์นี้เป็นทับทิมเมล็ดนิ่ม มีสรรพคุณมากมาย เป็นซุปเปอร์ฟรุต น้ำจะช่วยบำรุงต่อมลูกหมากในเพศชาย เมล็ดมีสรรพคุณปรับธาตุและฮอร์โมนในเพศหญิง จึงเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ฟาร์มของเราจะทำเป็นครีเอทีฟ ฟาร์มเมอร์ ไม่ใช่สมาร์ท ฟาร์มเมอร์

“จริงๆ ผมเรียนมาทางการออกแบบผลิตภัณฑ์ มาปรับปรุงพันธุ์ทับทิมนี้จึงได้พันธุ์ใหม่ ชื่อ พันธุ์เพชรชมพู เราพัฒนามาประมาณ 10 ปีแล้ว ทับทิมในเมืองไทยมีหลากหลายสายพันธุ์ เมื่อก่อนเมล็ดจะแข็ง แต่เรามาผสมพันธุ์เป็นเมล็ดนิ่ม และพัฒนาจนเป็นสีแดง โดยนำพันธุ์มาจากอินเดียมาผสมกับพันธุ์ไทย จนได้สายพันธุ์ “จรัสแสง” จดสิทธิบัตรมาประมาณ 4 ปีแล้ว” คุณโย่ง กล่าวอย่างภาคภูมิใจ และว่า วิธีการปอกทับทิม ก็จะทำง่ายๆ ปอกตามร่องพู จะพบกับเมล็ดสีแดง สวยงามเหมือนเพชร รสชาติหวาน เมล็ดนิ่ม

คุณโย่ง กล่าวต่อไปว่า ลูกค้าจะซื้อพันธุ์ให้มาซื้อที่สวน มาพูดคุยกัน เราจะแนะนำวิธีการปลูกและการดูแลด้วย ทับทิมของเราออกทั้งปี 3 เดือน ก็จะมีผลผลิตครั้งหนึ่ง สายพันธุ์นี้ลูกดกมาก ปลูกเพียง 1 ปี ก็เก็บผลผลิตได้

“เราคนงานน้อย จึงปลูกแบบห่างๆ 6X6 เพื่อสะดวกในการนำเครื่องจักรเข้าไปทำงาน แต่จริงๆ แล้วปลูกให้ถี่กว่านั้นก็ได้เช่น 5X5, 4X4 เพราะได้ทดลองมาแล้ว ส่วนการดูแลจัดการไม่ยาก เพียงแค่เราห่อผลผลิตด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ สาเหตุที่ห่อหนังสือพิมพ์ เพราะมีกลุ่มคนสูงอายุ เขาพับหนังสือพิมพ์ขายอยู่ใกล้ๆ จึงเป็นการอุดหนุนเขาด้วย การห่อจะทำให้ผิวสวย ป้องกันแมลงวันทอง ลม และเชื้อแอนแทรคโนส ลูกค้าเห็นผิวไม่ค่อยสวยจะชอบ เพราะเขารู้ว่าเราทำอินทรีย์” คุณโย่ง กล่าวและว่า ทับทิมจะชอบปุ๋ยขี้วัว แถวนี้เลี้ยงวัวเยอะ จึงมีปุ๋ยเพียงพอ โดยใส่ปีละ 1-2 ครั้ง เราต้องบำรุงหน่อย เพราะทับทิมจะออกทั้งปี แต่ถ้าลูกเล็กลงเราก็จะปลิดทิ้ง รับรุ่นต่อไปที่ลูกใหญ่กว่า ระบบน้ำเราใช้เป็นสปริงเกอร์หัวโตๆ ระบบน้ำหยดไม่เหมาะสม

คุณโย่ง กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องการตลาด เรามีทั้งขายผลสดที่สวนกิโลกรัมละ 150 บาท ข้างนอกจะขายกิโลกรัมละ 200-250 บาท ผลผลิตบางส่วนจะนำมาแปรรูป มีจำหน่ายที่ไร่สุวรรณ และตามโรงแรมในเขาใหญ่ ขายขวดละ 85 บาท ไร่เราทำน้ำทับทิมเป็นรายแรก เป็นทับทิมเมล็ดนิ่ม รสชาติอร่อย สีแดงสด เป็นสายพันธุ์ที่พัฒนาแล้ว นอกจากนี้เราขายเป็นแพ็คใส่ถุง 6 ขวด ขาย 720 บาท ที่ร้านข้าวสามสี ริมถนนมิตรภาพ เหมาะสำหรับเป็นของฝาก สามารถเก็บนอกตู้เย็นได้ถึง 3 เดือน เรามีโรงงานและได้รับ อย.ทั้งหมด เราอยากจะทำขายผลสดมากกว่า แต่ถ้าลูกไม่สวยไม่พร้อมจะขายผลสด เราจึงนำมาแปรรูป ต่อไปเราจะทำฟรีซดราย ทั้งน้ำและเมล็ด นำมาชงดื่มได้เลย

“เดิมที่ผมเรียนจบด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เมื่อกลับมาทำไร่ เราจึงต้องปรับเปลี่ยน อันไหนดีแล้วก็คงไว้ เราจะดึงนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ นอกจากขายผลสด เราก็จะแปรรูปขายทางออนไลน์ ผมมาสัมผัสทำเกษตรจริงๆ 4 ปี แล้ว เราต้องหาตัวแปรที่มาจับกับการเกษตร เช่น เราร่วมกับธ.ก.ส.เน้นการท่องเที่ยวทางการเกษตร นอกจากนี้ธ.ก.ส.ยังจัดอบรมและนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามา ผมว่าตรงนี้สำคัญ ไม่ต้องรอพ่อค้าคนกลาง” คุณโย่ง กล่าว

ด้าน คุณแม่ละเอียด ทองจรัส (โชคดีว่าวันนี้ เราได้พบทั้งคุณพ่อ และคุณแม่ของคุณโย่ง ซึ่งเป็นผู้สร้างตำนานทับทิมพันธุ์จรัสแสงอยู่พร้อมหน้ากันพอดี) กล่าวว่า เวลาผลผลิตออกน้อย พ่อค้าเขาก็มาให้ราคาสูง แต่เมื่อผลผลิตออกเยอะๆ พ่อค้าคนกลางก็มากดราคา เกษตรกรต้องอดทนทุกอย่าง เราอยากจะให้มีแล็ป เช็คทั้งดิน ทั้งต้นไม้ให้เกษตรกร เราควรจะใส่ปุ๋ย แคลเซี่ยม โบรอน จำนวนเท่าไร เพื่อไม่ให้มีการสูญเสีย และอีกเรื่องขอขอบคุณธ.ก.ส.ที่ยืนเคียงข้างให้สินเชื่อเรามาตลอด การทำเกษตรมันต้องใช้ทุน และธ.ก.ส.ก็ทำได้ยิ่งกว่าธนาคาร เพราะเขาให้ความรู้ทุกอย่าง

มาที่ คุณพ่อทองเริ่ม ทองจรัส คุณพ่อคุณโย่ง ผู้สร้างตำนานทับทิมพันธุ์จรัสแสง กล่าวว่า ชอบปลูกต้นไม้แปลกๆ เพื่อไว้ให้ลูกกิน แม้แต่กิ่งพันธุ์ไม้แพงๆ ต้นละ 500-600 บาท ก็ซื้อมาปลูก ถ้าต้นไหนราคาดีเราก็ตอนไปปลูกใหม่ ส่วนพันธุ์ต่างประเทศ เราเคยนำมาปลูกแล้วลูกมันเล็ก จึงไม่นำมาปลูกอีก เช่น แอปเปิ้ล ลำไยปิงปอง ละมุด อินทผาลัม ลองผิด ลองถูกมาก่อนแล้ว บางครั้งโดนหลอกมา ส่วนทับทิม เมล็ดนิ่มนี้ มีเพื่อนบ้านมาที่บ้านรับประทานแล้ว มันอร่อย จึงค่อยๆ พัฒนาสายพันธุ์มาตลอด จนมาเป็นพันธุ์จรัสแสง เมล็ดแดง รสชาติอร่อย

ด้าน คุณวิษณุ จันทร์หอม เจ้าหน้าที่ธ.ก.ส. กล่าวว่า อยากเชิญให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาสัมผัสกัน มาเดินออกกำลังกาย ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ ที่นี่อากาศดี และอยากจะให้มาอุดหนุนเกษตรกรด้วย และอยากจะฝากเกษตรกรสวนอื่นๆ ให้มาต่อยอด แปรรูป และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยยึดเกษตรกรต้นแบบอย่างคุณชาติชาย หรือคุณโย่ง แห่งไร่จรัสแสง

และปิดท้ายด้วย ครีเอทีฟ ฟาร์มเมอร์ ทายาทไร่จรัสแสง  “มาเที่ยวชมกันนะครับ ทับทิมปลอดสารพิษ รสชาติเป็นเลิศ หวานอร่อย เนื้อสีทับทิมเข้ม แถมเมล็ดนิ่ม ผมพร้อมแนะนำ เทคนิคการปลูกการดูแล และการแปรรูปเป็นน้ำทับทิมพร้อมดื่ม น้ำทับทิมพลาสเจอร์ไรส์ ทับทิมผง อีกด้วย สนใจติดต่อได้ที่ไร่จรัสแสง ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง โทร.06-5052-8965 ยินดีให้คำปรึกษา” คุณโย่ง กล่าวทิ้งท้าย

อนึ่ง ในวันที่เรามาเยี่ยมชมนั้น ไม่เพียงได้ชิมผลทับทิม แต่ยังได้ชิมน้ำทับทิม สุดแสนอร่อย และที่ขาดไม่ได้อีกสิ่งหนึ่งคืออโวคาโด “อ้ายฟักทอง” เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกในไร่จรัสสี และกลายพันธุ์มาเป็นพันธุ์ใหม่ที่อร่อยกว่าพันธุ์เดิม ลักษณะสีเนื้อคล้ายสีเนื้อฟักทอง ทางคุณแม่ละเอียดจึ้งตั้งชื่อเรียกไปพลางๆว่าอ้ายฟักทอง ฉะนี้แล.