ป่าเหมี้ยง...สวรรค์บนดอย

เรื่อง/ภาพ : ธนสิทธิ์ เกษตรก้าวไกล

“มาเมืองปาน ต้องไปบ้านป่าเหมี้ยง แล้วจะประทับใจแน่นอน”

ช่วงหนึ่งของการสนทนากับ นายพนนิษฐ์ ไหวพินิจ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเมืองปาน จังหวัดลำปาง หรือที่คนในพื้นที่เรียกขานกันว่าผู้การพนา ที่ได้เอื้อยเอ่ยเชิญชวนให้เดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ที่เรียกกันว่า บ้านป่าเหมี้ยง ชุมชนเล็กๆที่ซ่อนตัวอยู่บนดอยสูงของเทือกเขาผีปันน้ำ

บ้านป่าเหมี้ยง หมู่ที่ 7 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่ทาง ธ.ก.ส. สาขาเมืองปาน ได้ให้การสนับสนุนพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อให้ผู้รักการเดินทางในวิถีแห่งชุมชนได้เข้ามาสัมผัส เก็บเกี่ยวความงดงามทั้งทางธรรมชาติ วิถีแห่งวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสภาพแวดล้อมที่งดงาม สร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจให้กับชีวิต

ด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านในชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง จึงรวมใจกันเป็นหนึ่ง ดึงจุดเด่นของชุมชน ไม่ว่าการเป็นชุมชนบนเขาสูง ทำให้มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี อีกทั้งยังโอบล้อมด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้มีอากาศที่บริสุทธิ์ และไม่มีสารพิษหรือฝุ่นละออง และการมีวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง เป็นต้น มาเป็นจุดขายในการสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนได้สัมผัส ภายใต้รูปแบบของการท่องเที่ยวชุมชน

หมู่บ้าน 200  ปี กลางขุนเขา นอน 1 คืน อายุยืน 3 ปี

ในการเดินทางไปยังป่าเหมี้ยง ปลายทางฝัน สวรรค์บนดอย บนถนนที่ลัดเลาะไปตามไล่เขามีความงดงามของป่าสองข้างทางให้ชื่นชม โดยใช้เส้นทางไปอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน จากจากอุทยานแจ้ซ้อนเดินทางต่อไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็นถนนลาดยาง 6 กิโลเมตร และถนนทางคอนกรีตอีก 10 กิโลเมตร จะถึงหมู่บ้านป่าเหมี้ยง รวมระยะเวลาการเดินทางประมาณ 40 นาที

ลุงประสิทธิ์ เหรียญทอง ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง กล่าวว่า บ้านป่าเหมี้ยง เป็นชุมชนที่ก่อตั้งมานานกว่า 200 ปี เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขาอยู่ห่างจากอำเภอเมืองปานประมาณ 36 กิโลเมตร ห่างจากตัวเมืองลำปางมาทางทิศเหนือประมาณ 90 กิโลเมตร

ในวันนี้ บ้านป่าเหมี้ยงมีประชากรประมาณ 140 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ ทำสวนเหมี้ยงหรือเมี่ยง และปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิกา อาชีพเสริม คือ ปลูกเสาวรส และทำหมอนใบชา

วิถีแห่งความเป็นชุมชนของคนป่าเหมี้ยงนั้น บอกได้เลยว่าหากมาแล้วย่อมติดใจ เพราะด้วยความน่ารักเป็นกันเอง อีกทั้งยังมีความงดงามโดยรอบของธรรมชาติ ที่สามารถสัมผัสได้ในมุมต่างๆ และที่สำคัญคือ วิถีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายและงดงามของความเป็นเมืองเหนือ

ในวันนี้ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงพร้อมให้บริการ จะมาวันเดียวกลับหรือมาค้างคืนได้ทุกรูปแบบ…

โดยผู้ที่สนใจค้างคืน จะมีโฮมสเตย์ให้บริการอย่างมากมาย เสธพล หรือ ร้อยตรีชุมพล เสนาวัต ประธานกลุ่มวิสาหกิจโฮมสเตย์ชุมชนบ้านป่าเหมี้ยง บอกว่าการที่ธ.ก.ส.ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนได้ทำให้การดำเนินการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์มีความก้าวหน้าโดยตลอด ปัจจุบันมีสมาชิกกลุ่มที่พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยวจำนวน 15 โฮมสเตย์ ซึ่งเน้นการบริการแบบมาตรฐานที่จะสร้างความประทับใจในทุกด้าน ไม่ว่าที่พักดี ห้องน้ำสะอาด บริการดี อาหารการกินต่างๆ อร่อย โดยราคาอยู่ที่  300 บาท/คืน/คน ไม่รวมอาหาร หรือ 450 บาท/คืน/คน รวมอาหาร 2 มื้อ ในช่วงเช้า เย็น เป็นอาหารพื้นบ้าน ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดต่างๆ ได้ที่ โทร. 08-1883-3116

การได้มาพักที่โฮมสเตย์ของคนบ้านป่าเหมี้ยงจะทำให้ทุกคนรู้ซึ้งกับคำพูดที่ว่า ที่พักหลักร้อย วิวหลักล้าน เป็นอย่างไร..

สำหรับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจนั้นมีมากมาย นอกจาการเที่ยวชมวิถีชีวิตผู้คนในหมู่บ้านที่จะมีจุดเช็คอินมากมาย เช่น ที่สะพานรักดอกเสี้ยวที่ทอดผ่านสายน้ำใสและต้นดอกเสี้ยวใหญ่ มีความยาวร่วม 40 เมตร ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม อีกทั้งที่ Street Art ถนนหลักกลางหมู่บ้าน ที่วาดภาพบอกกล่าวเรื่องราวของบ้านป่าเหมี้ยง หรือจะเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน รวมถึงการเดินเที่ยวชมป่าเมี่ยง การเก็บใบเมี่ยงเพื่อนำไปทำเมี่ยง และสวนกาแฟอาราบิก้า รวมไปถึงการร่วมทำกิจกรรมการทำหมอนใบชาเพื่อสุขภาพ ฯลฯ

แต่ถ้าจะให้เหมาะและสนุกมากขึ้น เทศกาลสำคัญและยิ่งใหญ่ของชุมชนบ้านป่าเหมี้ยงที่จัดขึ้นทุกปี เป็นอีกช่วงที่น่าสนใจ โดยในทุกปีประมาณเดือนมีนาคม จะมีการจัดงานเทศกาลดอกเสี้ยวบานขึ้น อันเป็นช่วงที่ทุกคนสามารถมาชื่นชมกับดอกไม้ป่าพื้นเมืองขึ้นชื่อ ที่เรียกว่า ดอกเสี้ยว ที่มีลักษณะดอกจะมีสีขาว 5 กลีบ มีแต้มสีชมพูที่กลีบใหญ่ บานสะพรั่งทั่วทั้งหมู่บ้าน

บอกได้เลย ห้ามพลาด..เพราะมาที่บ้านป่าเหมี้ยง นอน 1 คืน อายุจะยืนถึง 3 ปี

แหล่งผลิตเหมี้ยงใหญ่สุด ที่ต้องไปลิ้มรส

“คำว่าเหมี้ยง หรือ บางที่ก็เขียนว่า เมี่ยง นั้น เป็นชื่อของต้นใบชาพันธุ์อัสสัม  ที่นี่คือ แหล่งผลิตเหมี้ยงที่ใหญ่ที่สุด และอร่อยที่สุด มีการปลูกการผลิตเป็นอาชีพกันมาหลายชั่วอายุคน” ลุงประสิทธิ์กล่าว

เหมี้ยงหรือเมี่ยง เป็นของว่างหลังอาหารของชาวล้านนา นับตั้งแต่อดีตผู้คนทางภาคเหนือในเขตล้านนาจะ “อมเหมี้ยง” เพื่อล้างปาก และลดความเผ็ดและเค็มที่ค้างในปาก เพื่อสร้างบรรยากาศในการคุยกันระหว่างคนในครอบครัวช่วงหลังอาหาร 

การทำเมี่ยงจะเลือกเก็บใบที่มีแก่ความสม่ำเสมอ ไม่เก็บยอดอ่อนเหมือนการทำชา เก็บใบที่ไม่อ่อนมาก เมื่อเก็บได้เต็มกำมือจะใช้ตอกมัดรวมไว้เรียกว่า 1 กำ นำเมี่ยงที่เก็บได้มานึ่งในไหเมี่ยงทำจากไม้มะเดื่อหรือไม้เนื้อแข็ง นึ่งให้สุก ใบจะเป็นสีเหลือง นำมาวางเรียงบนเสื่อผิวไม้ไผ่ พอเย็นนำไปเรียงในเข่ง กันไม่ให้อากาศเข้าประมาณ 2–3 วัน แล้วนำไปหมักต่ออีก 1–3 เดือน เมี่ยงจะมีรสเปรี้ยว

ขั้นตอนต่อมาจะนำใบเมี่ยงหมักมาจัดเรียงและคัดก้านแข็งออก จัดเรียงลงก๋วยเมี่ยงในบางท้องที่นำใบเมี่ยงที่นึ่งสุกแล้วนำไปหมักไว้ 2–3 คืน จากนั้นใส่โอ่งดองไว้ 15–30 วัน การดองในโอ่งจะวางใบเมี่ยงเป็นชั้น ๆ ใส่เกลือ ราดน้ำ กดใบเมี่ยงลง แล้วเรียงชั้นต่อไปเรื่อย ๆ ให้เต็ม พอทิ้งไว้ 3–4 วันจะยุบลง จึงใส่ใบเมี่ยงเติมลงไป เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้า มิฉะนั้นเมี่ยงจะมีกลิ่นเหม็น

เมี่ยงที่ได้จากการดองนี้เรียกว่าเมี่ยงส้ม นิยมนำไปกินกับเกลือเม็ด ขิง มะขามเปียก กระเทียมดอง หรือกินกับไส้หวานที่ทำจากมะพร้าวคั่ว น้ำตาลทราย เกลือ ถั่วลิสงคั่ว

นอกจากนี้ ยังมีเมี่ยงรสฝาด เรียกเมี่ยงฝาด และเมี่ยงที่มีรสเปรี้ยวและฝาด เรียกเมี่ยงส้มฝาดทางภาคเหนือของไทย เช่น ที่จังหวัดลำปาง จะทำยำใบเมี่ยงทั้งจากใบเมี่ยงสดและใบเมี่ยงหมัก และนำไปผสมในไส้อั่วด้วย

“อยากกินแบบที่เป็นของดั้งเดิม และอร่อยที่สุด ต้องมาที่บ้านป่าเหมี้ยง รับรองติดใจทุกคน” ลุงประสิทธิ์กล่าวเชิญชวน

กาแฟอาบิก้า อร่อยไม่แพ้ใครในโลก

ในวันนี้นอกจากเมี่ยงที่เป็นสิค้าขึ้นชื่อแล้ว กาแฟสายพันธุ์อาราบิกา เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่กำลังมาแรงของบ้านป่าเหมี้ยง โดย คมสันต์ จันทร์งาม เจ้าของธุรกิจกาแฟคั่วบ้านป่าเหมี้ยง ภายใต้แบรด์ ซานคอฟฟี่ (ZHUN COFFEE )  บอกว่า ขณะนี้ในหมู่บ้านป่าเหมี้ยงได้มีการปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้าเพิ่มขึ้น และได้รวมกลุ่มจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟบ้านป่าเหมี้ยง

“ด้วยพื้นที่ของบ้านป่าเหมี้ยงนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร อีกทั้งยังมีอากาศเย็นตลอดปี เหมาะสำหรับปลูกกาแฟอราบิก้า อีกทั้งการปลูกต้นกาแฟของเราจะเน้นความเป็นธรรมชาติ เป็นพืชใต้ร่มไม้ ที่ปลอดภัยจากสารเคมีต่างๆ อีกทั้งยังมีกระบวนการผลิตที่เน้นคุณภาพเป็นสำคัญตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการแปรรูปจำหน่าย ทำให้สามารถสร้างผลิตภัณฑ์กาแฟที่มีคุณภาพ รสชาติเข้มข้น หอมละมุนที่ทานแล้วจะติดตราตรึงใจอร่อยไม่แพ้ใครในโลก” คมสันต์กล่าว

ผลิตภัณฑ์กาแฟของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปกาแฟบ้านป่าเหมี้ยง มีวางจำหน่ายให้เลือกซื้อ ทั้งเมื่อเข้ามาท่องเที่ยวในหมู่บ้าน และการสั่งซื้อทางออนไลน์ ที่พร้อมส่งทั่วประเทศ หรือจะเข้ามานั่งรับประทานที่ร้านกาแฟสดในเขตหมู่บ้าน ซึ่งมีให้บริการหลายร้านท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง

บ้านป่าเหมี้ยง คือ สวรรค์บนดอย ที่วันไหนๆก็เที่ยวได้ พร้อมเสมอให้ทุกคนไปได้ไปเยือน…