“ผมเกิดอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ครับ แล้วได้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพ และได้เจอกับภรรยา หลังจากแต่งงานกันแล้วก็หอบผ้าหนีตามเมียมาอยู่ที่บ้านแม่แจ๋มแห่งนี้ เป็นเวลา 15 ปีแล้วครับ”

แดง-กฤตภาส แก้วคำไสย์ ย้อนอดีตให้ฟังในขณะที่ภรรยา คือ หน่อย-ผกามาศ แก้วคำไสย์ และบุตรชาย กำลังสาละวนอยู่กับการคั่วเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า บนชานเรือนที่กำลังอยู่ระหว่างการตกแต่งเพื่อเปิดเป็นร้านจำหน่ายกาแฟสด

บ้านแม่แจ๋ม ชุมชนเล็กๆ ของอำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นถิ่นที่อยู่ของประชาชนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ท่ามกลางขุนเขาอันสลับซับซ้อน มีความสูงราว 800 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่มีสายน้ำไหลลัดเลาะผ่านกลางชุมชน ภูมิประเทศของที่นี่เต็มไปดอยสูงที่ปกคลุมด้วยไม้ป่านานาพันธุ์ สภาพอากาศโดยทั่วไปเย็นสบาย สามารถมาท่องเที่ยวชมความงาม สัมผัสบรรยากาศ และวิถีชีวิตที่เงียบสงบได้ตลอดทั้งปี 

โดยชาวบ้านที่นี่มีอาชีพหลักทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะปลูกกาแฟอาราบิก้าได้ผลผลิตคุณภาพดีมาก เดิมนั้นจะรวบรวมผลผลิตส่งขายให้กับพ่อค้าคนกลาง แต่ระยะหลังมานี้ เกิดผู้ประกอบการชุมชนขึ้นมาหลายราย ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่นำโดย นายพนนิษฐ์  ไหวพินิจ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. สาขาเมืองปาน จังหวัดลำปาง หรือที่คนในพื้นที่เรียกขานกันว่าผู้การพนาที่เข้ามาช่วยในด้านการพัฒนาทั้งองค์ความรู้และเงินทุนจนก่อเกิดอาชีพการผลิตและจำหน่ายกาแฟสำเร็จรูป ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “กาแฟคั่วมือดอยแจ๋ม”

“ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่เน้นการทำมือตั้งแต่กระบวนการปลูกจนถึงการผลิตออกมาเป็นกาแฟสดพร้อมดื่มในชื่อ กาแฟคั่วมือดอยแจ๋ม ถือเป็นหนึ่งเดียวของหมู่บ้านแห่งนี้ ที่อยากให้ทุกคนได้มาชิม จะได้เห็นว่าเกษตรกรรายเล็กๆนั้นก็สามารถเป็นประกอบการที่ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งทางธ.กส.สาขาเมืองปานนั้นมีเป้าหมายที่จะช่วยเกษตรกรในทุกระดับไม่ว่า รายเล็ก หรือรายใหญ่ ให้สามารก้าวไปสู่ความสำเร็จได้เหมือนกันหมด เหมือนกับที่กาแฟคั่วมือดอยแม่แจ๋มแห่งนี้ ที่ครั้งแรกที่ได้มาชิมก็พบว่า มีจุดที่น่าสนใจและควรส่งเสริมให้เดินไปด้วยกันเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายของเกษตรกร ซึ่งวันนี้ได้เห็นชัดแล้วถึงการเริ่มต้นสู่ความสำเร็จ” ผู้การพนา กล่าวว่า

“ทุกอย่างที่ผมทำวันนี้ ผมวางแผนไว้นานแล้วครับ แต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีทุน แต่เมื่อธ.ก.ส.เข้ามา ได้ช่วยทำให้ฝันของผมเป็นจริง ทุกอย่างที่คิดไว้ได้ทำจริงแล้วครับ” แดง กล่าว

เน้นจุดขาย ปลูกเอง ทำเอง

“ที่สวนของผมตอนนี้มีทั้งการปลูกพืชผักเมืองหนาวนานาชนิด โดยผลผลิตจะส่งจำหน่ายให้กับทางโครงการหลวง และการปลูกกาแฟ เดิมนั้นจะเน้นการจำหน่ายเมล็ดกาแฟ แต่ตอนนี้เราได้พัฒนามาอีกก้าวแปรรูปและสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ของเราเองจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมถึงการเปิดร้านจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวได้ดื่มด่ำทั้งรสชาติกาแฟคั่วมือและสัมผัสบรรยากาศที่ดีมากของบ้านแม่แจ๋ม” แดง กล่าวเสริม

ทั้งนี้การปลูกกาแฟของคนบ้านแม่แจ๋ม จะเน้นการปลูกในลักษณะของวนเกษตร โดยปลูกต้นกาแฟแซมในสวนป่าบนดอยสูงของหมู่บ้าน ที่เน้นการจัดการดูแลแบบธรรมชาติ ปลอดการใช้สารเคมีใดๆทั้งสิ้น

จากสภาพพื้นที่ที่ดอยสูงที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้า ผนวกกับการจัดการดูแลแบบธรรมชาติ จึงทำให้ได้ผลผลิตกาแฟที่มีคุณภาพ รสชาติสุดอร่อย กลายเป็นแหล่งผลิตเมล็ดกาแฟขึ้นชื่ออีกหนึ่งของประเทศไทย

“เราเป็นเกษตรกรผู้ปลูกและผู้ผลิตเอง ทุกขั้นตอนตั้งแต่ปลูกจนถึงแปรรูปเราทำเองทุกอย่าง ดังนั้นจึงสบายใจได้ว่า ได้กินกาแฟแท้ๆจากเกษตรกรจริงๆ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่เราวางไว้ตั้งแต่เริ่มคิดและเริ่มทำ เน้นการใช้ความเป็นตัวตนของเราเองให้เป็นเอกลักษณ์ที่จะสื่อไปยังผู้บริโภคทุกคนทั้งในและต่างประเทศ ว่ากาแฟคั่วมือดอยแม่แจ๋มนั้นไม่เหมือนใครแน่นอนครับ ขอการันตีเลยครับ ”

สร้างกาแฟที่แตกต่าง

แดงกล่าวต่อไปว่า ทุกขั้นตอนการผลิตจะเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก โดยทำด้วยสองมือเป็นหลัก ไม่มีการใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วย ตั้งแต่การเก็บเมล็ดกาแฟที่เน้นการเก็บเมล็ดที่สุกแดงฉ่ำ และนำมาสู่กระบวนการคัดเมล็ดการแปรรูปที่ทุกขั้นตอนจะเน้นการใส่ใจเพื่อให้เมล็ดกาแฟที่ดีที่สุดออกมา

หนึ่งเดียวที่แม่แจ๋ม “กาแฟคั่วมือดอยแจ๋ม” ความลงตัวของครอบครัวแก้วคำไสย์

“ในส่วนของการคั่วเมล็ดกาแฟ เราจะใช้เครื่องคั่วด้วยมือ ซึ่งใช้แหล่งพลังงานความร้อนจากก๊าซหุงต้ม โดยคั่วครั้งหนึ่งจะใส่เมล็ดกาแฟลงไปประมาณ 0.5 กิโลกรัม ใช้เวลาในการคั่วประมาณ 18 นาที โดยเมล็ดกาแฟคั่วที่ผลิตจำหน่ายนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบคือ Dark Roast, Medium Roast  และ Light Roast ซึ่งผู้สนใจสามารถเลือกซื้อไปชงดื่มได้ตามรสนิยม”

แต่สำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวดอยแม่แจ๋ม และแวะทานกาแฟสดที่ร้านของครอบครัวแก้วคำไสย์ ยังจะได้สัมผัสกับกรรมการวิธีการบดกาแฟด้วยมือ โดยเกษตรกรเจ้าของบ้านว่า ทุกอย่างเราทำด้วยสองมือ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมรับรองว่าแตกต่างไม่เหมือนใครใครสำหรับกาแฟคั่วมือ”

“ดังนั้นถ้ามาแม่แจ๋ม ลองมาทานกาแฟดริป (Drip Coffee) ที่ร้านของเราครับ รับรองจะติดใจแน่นอนโดยผู้สนใจต้องการลิ้มลองรสกาแฟคั่วมือดอยแจ๋ม สามารถติดต่อได้ที่ โทร. 08-1169-5344” แดง กล่าวในที่สุด

ที่นี่คือ แม่แจ๋ม อีกหนึ่งสร้างความสุขให้กับทุกคน…