เรื่อง : เด็กเกษตรโว้ย ภาพ : ประชาสัมพันธ์ คณะเกษตร กำแพงแสน

การแข่งขันเสียงไก่แจ้ที่ติดป้ายบอกไว้ตรงด้านขวามือทางเดินเข้างาน “100 ปี ฟาร์มบางเบิด จุดกำเนิดเกษตรสมัยใหม่ของประเทศไทย” ณ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร คณะเกษตร กำแพงแสน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่ได้ทำให้ผมเอ๊ะใจแม้แต่น้อย ไม่คิดเลยว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะทำให้ผมรีบวิ่งลงจากรถที่กำลังจะออกเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ต้องลงมาดู…

แม้ว่าในงานวันนั้นทางโฆษกงานจะประกาศอยู่เป็นระยะๆว่า วันนี้จะมีแข่งขันเสียงไก่แจ้ ผมก็ฟังผ่านไป และสนุกอยู่กับการเดินชมอย่างอื่น..ระหว่างนั้นผมก็ได้ยินเสียงคนดังแว่วๆเหมือนมาชุมนุมอะไรสักอย่าง แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าคือเสียงคนทำอะไรกัน จนเดินมาขึ้นรถก็เริ่มได้ยินเสียงชัดเจนขึ้น “เขาต้องเชียร์อะไรสักอย่างแน่” เพราะฟังดูสนุก ลุ้นกันมาก

คิดดังนั้นก็รีบเดินตามไปที่ต้นเสียงทันที บอกเพื่อนร่วมรถว่าให้รถผมด้วย…มองไปไกลๆเห็นเขาโบกไม้โบกมือออกท่าออกทางลุ้นกันสุดตัว และเห็นไก่แจ้ที่อยู่บนราวส่งเสียงขัน..ใช่แล้วเขากำลังแข่งขันเสียงไก่แจ้นั่นเอง

ผมขออนุญาตผู้คนที่ยืนอยู่นอกเส้นว่าจะขอเข้าไปถ่ายภาพหน่อย ก็ไม่มีใครว่าอะไร เดินเข้าไปใกล้ๆ มันตื่นเต้นมากๆ ตื่นเต้นกับเสียงเชียร์ ลีลาเชียร์ที่ออกท่าทางมือไม้เท้าแขนขาลำตัว เรียกว่าทุกส่วนของร่างกายเคลื่อนไหว ปากนั้นก็พูดตะโกนชอบใจเมื่อไก่แจ้ตัวเก่งออกเสียงขัน…

ระหว่างถ่ายทำแบบ LIVE สด (ผ่านเพจเกษตรก้าวไกลไปด้วยกัน) ก็มีเสียงโทรศัพท์โทร.เข้ามายังโทรศัพท์มือถือที่ใช้ LIVE สดติดๆกันหลายครั้ง (เรียกให้ไปขึ้นรถ) แต่ผมก็ไม่อาจจะรับสายได้ แม้จะส่งผลต่อภาพให้ไม่ชัดบ้างก็ต้องยอมถ่ายจนจบ เพราะว่าผู้ชมเข้ามาชมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ…

พอการแข่งขันจบลง ผมก็รีบวิ่งมาขึ้นรถ และมาเปิดดูที่ LIVE สด ก็ตกใจคิดไม่ถึงว่าคนจะมาชมกันเป็นหมื่นเป็นแสนวิว…ผมมาวิเคราะห์ดูว่ามันเป็นเพราะอะไร

หลายคนอาจบอกว่ามันจะบ้าไปแล้ว แข่งอะไรไม่แข่งมาแข่งเสียงขันไก่แจ้ ไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือ เสียงคนดังแบบนี้ทำไก่ตกใจเปล่าๆ ฯลฯ

ระหว่างทางที่นั่งรถนั้น ผมคิดไปได้ไกลมาก สิ่งแรกที่คิดได้ก็คือการแข่งขันแบบนี้ทำให้คนมีความสุข สนุกตื่นเต้น และท้าทาย ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ระหว่าง LIVE สด บางคนนั้นมาจากสุราษฎร์ธานี บางคนมาจากนครศรีธรรมราช บางคนมาจากชุมพร ฯลฯ คนที่มานั้นล้วนเป็นคนหนุ่มสาว รวมทั้งเยาวชนก็มีมาก ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางมาด้วยรถส่วนตัว จึงวิเคราะห์ได้ว่าไม่เพียงความสุขที่ได้มาแข่งขันเสียงไก่แจ้ แต่สิ่งที่ตามมาคือทำให้เศรษฐกิจสะพัด เศรษฐกิจที่ว่านี้คือคนที่เลี้ยงไก่แจ้เป็นลำดับแรก ต่อมาก็อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการท่องเที่ยว อาหารการกิน ที่พักต่างๆ

ผมสืบเสาะไปถึงว่าคนที่เลี้ยงไก่แจ้เพื่อการแข่งขันจะเป็นคนที่ไหนมากที่สุดก็พบว่าเป็นคนจังหวัดภาคใต้ ไล่ไปตั้งแต่ชุมพร สุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช เฉพาะที่จังหวัดพังงานั้นผมเคยสัมภาษณ์นายพรานผู้กลับใจหันมาเลี้ยงไก่ป่าเชิงอนุรักษ์เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนแรกเขาบอกกับผมว่าใครมาขอซื้อก็ไม่ขาย แต่พอ 1-2 ปีมานี้ อดรนทนไม่ไหวต่อเสียงขอซื้อจึงตัดสินใจขาย จนตอนนี้แทบไม่เหลือไก่ไว้เลย เพราะว่าคนขอซื้อไปผสมไก่แจ้เพื่อมาทำเป็นไก่แจ้แข่งขันนั่นเอง

ผมจึงไม่ต้องบอกว่าไก่แจ้ หรือปักษ์ใต้มักเรียก “ไอ้แจ้” ตัวที่เก่งๆ(ตัวแชมป์)จะขายกันตัวละเท่าไร เอาเป็นว่าตัวละหลักหมื่นก็แล้วกัน จึงบอกว่าได้เลยว่าไอ้แจ้ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสะพัดได้เหมือนกัน นี่ก็ทราบว่าบารมีไอ้แจ้กำลังแผ่ขึ้นมาไปถึงราชบุรี นครปฐมกันแล้ว

สิ่งที่ผมคิดไปไกลอีกอย่างหนึ่งก็คือว่า การแข่งขันเสียงไก่แจ้เป็นเกมกีฬาที่เกิดขึ้นจากคนไทย ถ้าความนี้แพร่กระจายไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศอื่นใดที่เขาเลี้ยงไก่แจ้เหมือนกันก็คงจะดี เราจะได้ไม่ต้องขายเป็นไก่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังขายเป็นไก่เพื่อการแข่งขันได้อีกด้วย และถ้าเราคิดสร้างสรรค์เกมกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรขึ้นมาเยอะๆ จะยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรได้ด้วย

3 วันหลังการแข่งขันจบลง..ผมได้เปิดดูผลงานการ LIVE สด มีคนเข้าถึงเกือบ 2 ล้านคนเข้าไปแล้ว และยอดคนดูกว่า 1 ล้านครั้ง กดไลท์ 1 หมื่นกว่าครั้ง จากยอดคนดูที่ปรากฏนั้นส่วนหนึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันเสียงไก่แจ้เป็นสิ่งใหม่ที่คนทั่วไปอาจยังไม่เคยเห็น แต่ส่วนหนึ่งก็พอวิเคราะห์ได้ว่ากีฬาแข่งขันเสียงไก่แจ้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนน่าจะขยายตัวออกไปได้อีกมาก

อย่าลืมว่า “เกษตรคือประเทศไทย” ถ้าทำให้สินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่าได้ เกษตรกรก็อยู่ได้ ประเทศไทยก็จะเจริญ และเกษตรก็จะเป็นความสุขของคนไทยทุกคนครับ

(ขอบคุณ : สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร คณะเกษตร กำแพงแสน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่จัดการแข่งขันในครั้งนี้ รวมทั้งภาพประกอบข่าวนี้ และผู้ที่ปรากฏอยู่ในคลิปแข่งขันเสียงไก่แจ้ทุกคน)

สรุปผลผู้ชนะการประชันเสียงไก่แจ้

สรุปรางวัลผู้ชนะการประชันเสียงไก่แจ้ วันที่ 3 กันยายน 2563 งาน 100 ปี ฟาร์มบางเบิด จุดกำเนิดเกษตรสมัยใหม่ของประเทศไทย จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 – 5 กันยายน 2563 ณ สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร คณะเกษตร กำแพงแสน อำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประเภทที่ 1. รายการพิเศษ โยงเดี่ยว 1 นาที ไก่เข้าแข่งขันจำนวน 14 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมงานรวมมิตร

ประเภทที่ 2. รายการขันยาว 15 นาที ไก่เข้าแข่งขันจำนวน 15 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมงานจอยสวนผึ้งราชบุรี

ประเภทที่ 3. รายการ 50 คำลง 15 นาที ไก่เข้าแข่งขัน จำนวน 60 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมขมคอสวี

ประเภทที่ 4. รายการ 35 คำลง 15 นาที ไก่เข้าแข่งขัน จำนวน 130 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมงานทรายแก้ว

ประเภทที่ 5. รายการ 30 คำลง 15 นาที ไก่เข้าแข่งขัน จำนวน 131 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีมงานรวมมิตร

ประเภทที่ 6. รายการ 25 คำลง 15 นาที ไก่เข้าแข่งขัน จำนวน 150 ไก่ รางวัลชนะเลิศ ลูกวัวพันธุ์ Beef master จำนวน 1 ตัว สนับสนุนโดย ชวนชื่นฟาร์ม (คุณสุนทร นิคมรัตน์) ได้แก่ คุณนาวี ศรีสุวรรณ ทีมงานหมอปาล์มชุมพร

อนึ่ง ผู้มอบรางวัลให้กับผู้ชนะครั้งนี้ คือ รองศาสตราจารย์ ปภพ สินชยกุล คณบดีคณะเกษตร กำแพงแสน ในฐานะประธานกรรมการจัดงานและผู้ร่วมมอบคือ คุณสุนทร นิคมรัตน์ เจ้าของฟาร์มชวนชื่น ในฐานะนายกสมาคมโคเนื้อพันธุ์กำแพงแสน คนแรก และได้สนับสนุนรางวัลลูกวัวพันธุ์ Beef master นั่นเอง